FootNote อ่าน สถานะ “ตัวตน” ก้าวไกล ผ่านลีลา วิโรจน์ ลักขณาอดิศร
พลันที่ภาพของ “คณะกรรมการเปลี่ยนผ่าน” ได้รับการประกาศ แม้เสียงคาดหมายในเรื่อง “ตำแหน่ง” จะค่อย ๆ ลดลง ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งรัฐมนตรี ไม่ว่าจำเป็นตำแหน่งประธานสภา
การเคลื่อนไหวในลักษณะ “คู่ขนาน” อันมาจากพรรคก้าวไกลก็ดำเนินไปอย่างคึกคัก เป็นความคึกคักในการเดินหน้า “ทำงาน” ในทาง “การเมือง”
คล้ายกับการออกโรงของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร จะเป็นการใบ้บอกในทางการเมือง นั่นก็คือ นำไปสู่การคาดหมายสถานะ ของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าจะไปอยู่ในตำแหน่งใด
ทั้ง ๆ ที่ในความเป็นจริง นี่คือรูปธรรมแห่งความต่อเนื่องของการทำงานในแบบของพรรคก้าวไกลอันได้มาในห้วงแห่งการตระเตรียมก่อนการเลือกตั้ง
เพียงแต่เมื่อผ่านวันที่ 14 พฤษภาคม ข้อมูลอันได้มาเมื่อ 4 เดือนก่อนเมื่อผ่านการตรวจสอบก็มีความพร้อมอย่างเต็มเปี่ยมใน การลงมือปฏิบัติ
เป็นการปฏิบัติบนพื้นฐานแห่งมาตรา 104 ของรัฐธรรมนูญยืนยันวาระของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร
นั่นก็คือ ถือวันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคม เป็นจุดเริ่มต้น
จึงไม่เพียงแต่จะเห็นบทบาทของ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผ่านกรณี #ส่วยทางหลวง หากแต่บรรดา ส.ส.พรรคก้าวไกลที่ได้รับเลือกทั้งระบบบัญชีรายชื่อ และระบบเขตก็เริ่มเคลื่อน
เห็นได้จากการที่เดินทางไปยังสภาอุตสาหกรรม เห็นได้จากการที่เดินทางไปยังสภาหอการค้าไทย
เห็นได้จากการเข้าพบ “ผู้ว่าราชการจังหวัด” ในพื้นที่ ในอีก 2-3 วันข้างหน้า ส.ส.พรรคก้าวไกล 32 คนก็จะเดินทางเข้าหารือกับ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ณ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร
อาจเป็นภาพใหม่หากมองจากพรรครวมไทยสร้างชาติ หากมองจากพรรคพลังประชารัฐ หากมองจากพรรคภูมิใจไทย หากมองจากพรรคประชาธิปัตย์
แต่นี่คือความเป็นปรกติยิ่งของการเมืองในทาง “สากล”
หลักการของพรรคก้าวไกล หลักการของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เคลื่อนไปบนเส้นทางและความพยายามที่จะคืนความเป็นปรกติให้กับการเมืองของไทย
อาจถูกมองว่าเป็น “สุดโต่ง” แต่พร้อมยืนยันว่าเป็น “ปรกติ” ความแน่วแน่อย่างยิ่ง คือ ความแน่วแน่ที่จะลงมือทำเหมือน กับที่เคยประกาศเอาไว้เป็น “นโยบาย” เป็นดั่ง “สัญญาประชาคม”
ในการสถาปนารัฐบาลแห่งประชาชนอย่างเป็นจริง ความเป็นปรกติในทางการเมืองนี้เองที่กำลังกลายเป็นอาวุธอันทรงพลานุภาพ