FootNote : แนวต้าน พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ก่อรูป เป็น “ขบวนการ” แกร่ง
ไม่ว่าการรุกในกรณี “ถือครองหุ้นไอทีวี” ไม่ว่าการปรากฏขึ้นของกลุ่มนักศึกษามุสลิมแห่ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ดำเนินไปอย่างมี “เป้าหมาย” อย่างเดียวกัน
นั่นก็คือ ฉายสะท้อนให้เห็นบทบาทอันโยงไปยังพรรคก้าวไกล ทะลุทะลวงไปยังจุดอ่อนไหวอย่างยิ่งในทางการเมือง
เหมือนกับคำประกาศรวมพลครั้งใหญ่ที่อาคารรัฐสภาในวันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน เพื่อให้กำลังใจ และความมั่นใจต่อ 250 ส.ว. ยืนหยัดในหลักการและแนวทางของตน
เพราะเมื่อสาวลึกไปยังแต่ละเครือข่ายอันประกอบส่วนในการขับเคลื่อนกรณี “ถือครองหุ้นไอทีวี” ก็จะสัมผัสได้ในบทบาทของคนจากพรรคภูมิใจไทย ประสานเข้ากับคนจากพรรคพลังประชารัฐ
แม้กรณีของนักศึกษา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ อาจโยงไปยังพรรคก้าวไกล พรรคประชาชาติ พรรคเป็นธรรม ซึ่งรวมตัวเป็นฐานส่ง นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไปสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
แต่เมื่อแยกย่อยองค์ประกอบของนักศึกษาก็มีโยงยาวไปยัง พรรคภูมิใจไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ
และบทบาทของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน
ใครก็ตามที่เกาะติดกับการเคลื่อนไหวของ “คนเสื้อเหลือง” ไม่ว่าจะหน้าสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ถนนวิทยุ ไม่ว่าการปะทุขึ้นในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่
ไม่เพียงสัมพันธ์กับการปล่อยข้อมูลของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หากแต่ยังเป็นความต่อเนื่องแบบไทยภักดี
นี่ย่อมเป็นบทบาทอันยึดโยงไปยัง “กอ.รมน.” ได้
ขณะเดียวกัน เมื่อเห็นความกระตือรือร้นของกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน (กอ.รมน.) ภาค 4 ที่ขยายประเด็นว่าด้วย ความคิดในเรื่องแบ่งแยกดินแดนอย่างเป็นพิเศษ
แล้วมองไปยังความหงุดหงิดและความไม่พอใจในนโยบาย ไม่ว่าของพรรคก้าวไกล ไม่ว่าของพรรคประชาชาติ ไม่ว่าของพรรคเป็นธรรมที่นำเสนอในการเลือกตั้ง ก็จะได้คำตอบ
เท่ากับยืนยันขบวนการต้านพรรคก้าวไกล ต่อต้าน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
นี่มิได้เป็นสถานการณ์อันเกิดขึ้นภายหลังการรวมตัวกันเป็นพันธมิตร 8 พรรคการเมืองที่มีพรรคก้าวไกลเป็นแก่นแกนและชู นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นนายกรัฐมนตรี
ตรงกันข้าม ได้ก่อรูปตั้งแต่ “ก่อน” วันที่ 14 พฤษภาคม
เนื่องจากมิอาจยอมรับได้ต่อนโยบาย ซึ่งถูกมองว่า “สุดโต่ง” จากพรรคก้าวไกล เนื่องจากมิอาจยอมรับได้ต่อความเห็นในการสร้างพันธมิตรแห่งแนวร่วม “ประชาธิปไตย”
แต่ละเส้นทางของพรรคก้าวไกลของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จึงมากด้วยอุปสรรคและขวากหนาม