FootNote:การชิงตำแหน่ง ประธานสภา “เผือกร้อน” เพื่อไทย ก้าวไกล
ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณจากกกต.ที่เริ่มลงมติและประกาศรับรองสถานะแห่ง ส.ส.จากการเลือกตั้ง ไม่ว่าจะเป็นสัญญาณในการตระเตรียมรองรับการประชุมรัฐสภา
เด่นชัดยิ่งว่าสัญญาณแห่งการต่อสู้อันร้อนแรง แหลมคม ระลอกใหม่ในทางการเมืองกำลังจะเริ่มนับ 1
นั่นก็คือ การชิงตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร”
ตามธรรมนิยมพื้นฐานแห่งระบอบรัฐสภา ไม่ว่าจะเป็นของไทย ไม่ว่าจะเป็นของสากล นั่นย่อมเป็นโอกาสของพรรคการเมืองซึ่งกุมเสียงข้างมาก
หากถือผลจาก 1 การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 1 จากการสามารถรวบรวมพันธมิตรในการจัดตั้งรัฐบาล ผ่านการลงนามในบันทึกช่วยจำ เด่นชัดยิ่งว่าต้องเป็นของพรรคก้าวไกล
กระนั้น ก็ยังมีเหตุปัจจัยอย่างน้อย 2 เหตุปัจจัยเข้ามาดำรงอยู่ในสถานะแห่งตัวแปร นั่นก็คือพรรคเพื่อไทยก็แสดงความต้องการ นั่นก็คือ “ระบอบ 3 ป.” ก็ต้องการแทรกเข้ามามีบทบาท
สายตาจึงทอดมองไปยังการดำรงอยู่อย่างเป็นพันธมิตรระหว่างพรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย ว่าจะดำเนินไปอย่างไร
สามารถตกลงกันได้หรือไม่ว่า ตำแหน่งจะเป็นของพรรคใด
ประเมินจากแต่ละ “ท่าที” ของพรรคเพื่อไทยประสานกับท่าทีของพรรคก้าวไกล บทสรุปเบื้องต้นเหมือนกับมิได้เป็นเรื่องใหญ่ เมื่อผ่านการหารือก็คงสามารถได้บทสรุป
นั่นก็นับจากเมื่อมีการลงนามร่วม “บันทึกช่วยจำ” การจัดตั้งรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม ที่ผ่านมา
ยิ่งหากย้อนกลับไปดูการเคลื่อนไหว “ภายใน” ของพรรคเพื่อไทย ไม่ว่าจะเป็นตัวตึงอย่าง นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด ไม่ว่าจะเป็น “นางแบบ” ที่นัดรวมพลกดดัน ก็น่าหวั่นไหวไม่น้อย
เพราะการเคลื่อนไหวนี้ฟันธงว่า ตำแหน่งจักต้องเป็นของพรรคเพื่อไทย เพราะได้หนุนตำแหน่งนายกรัฐมนตรีให้กับพรรคก้าวไกลไปแล้ว จึงมีความชอบธรรมมากกว่า
คำมั่น “ร่วม” ที่ว่าพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกลจะหารือเพื่อหาบทสรุป “ร่วม” ก่อนการเปิดประชุมรัฐสภาจึงทรงความหมาย
บทสรุปร่วมว่าตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” จะเป็นโควตาของพรรคการเมืองใดระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล จึงเป็นอีกบาทก้าวหนึ่งซึ่งเป็นการพิสูจน์ทราบ
พรรคก้าวไกลจะยอมให้พรรคเพื่อไทย หรือพรรคเพื่อไทยจะยอมให้พรรคก้าวไกล
การตัดสินใจนี้อยู่บนพื้นฐานแห่ง “ผลประโยชน์” ของพรรค
จุดเปราะบางเป็นอย่างมากก็คือ กลไกแห่ง “ระบอบ 3 ป.” ก็พร้อมที่จะมีข้อเสนอเพื่อก่อให้เกิดปัญหาตามมา
“ตัวแปร” นี้จึงมีความหมายกับพรรคเพื่อไทย พรรคก้าวไกล