FootNote : การรุกไล่ จากพันธมิตร เพื่อไทย กับ บทเพลง พิธา ลิ้มเจริญรัตน์

เหตุปัจจัยอะไรทำให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ไปซ้อมร้องเพลง “ไม่เป็นรอง” อย่างจริงจัง ทันทีที่พักกักตัวและหายขาดจากโควิดก่อนเข้า “รายงานตัว” ที่รัฐสภาเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน

หลายฝ่ายไม่แน่ใจว่า “ภารธุระ” ในการดีดกีต้าร์ร้องเพลงสำคัญอย่างไรในท่ามกลาง “มรสุม” ที่รุมล้อมเข้ามาโดยรอบ

ไม่ว่าจะเป็นมรสุมจากปัจจัย “ภายนอก” ที่ไม่เคยหยุดยั้ง

เห็นชัดตั้งแต่กรณีการถือครองหุ้น “ไอทีวี” ตามมาด้วยการรุกไล่ในเมื่อมีการขายที่ดินจากกองมรดกที่ปราณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ยังข้อกล่าวหาในเรื่องแบ่งแยกดินแดน และมาตรา 112

ไม่ว่าท่าทีของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าท่าทีของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ไม่ว่าท่าทีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามทุจริตคอรัปชั่น ตลอดจน 250 ส.ว.ล้วนดำเนินไปในลักษณะ “เขย่าขวัญ” ทางการเมือง

ปัญหาที่รุมเร้าเข้ามาโดยรอบจากปัจจัย “ภายนอก” อันเป็นโจทก์ตั้งแต่ก่อนการเลือกตั้ง น่าจะทำให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ต้องออกมาร้องเพลงมาร์ชในลักษณะปลุกใจให้ฮึกเหิม

ขณะเดียวกัน โจทย์ทางการเมืองเนื่องแต่ตำแหน่ง “ประธานสภา” ที่ยื่นมาโดยพรรคเพื่อไทย ก็เด่นชัดยิ่งว่าร้อนแรง แหลมคม

ความร้อนแรงแหลมคมอันมาจากพรรคเพื่อไทย เป็นความร้อนแรงแหลมคมอันถือได้ว่ามาจาก “พันธมิตร” ในแนว “ประชาธิปไตย” ถือได้ว่าเป็นปัจจัย “ภายใน”

ภายใต้บันทึกช่วยจำหรือ MOU ที่ร่วมลงนามกันตั้งแต่วันที่ 22 พฤษภาคม น่าจะเสริมความอบอุ่น ความมั่นใจ

แต่เมื่อประสบเข้ากับการต่อรองอย่างเหี้ยมหาญ กระทั่งกำหนดการลงตามที่ควรจะเป็น 16.30 น. มีอันต้องเลื่อนไป น่าจะเป็นสัญญาณบ่งชี้ความเป็นมิตรจากพรรคเพื่อไทย

พลันที่พรรคเพื่อไทยประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ประสานเข้ากับการประมวลความเห็นจาก 141 ส.ส.มาพร้อมกับบทสรุปที่ต้องการตำแหน่ง “ประธานสภา”

การเคลื่อนไหวนี้ดำเนินไปในลักษณะเร่งเร้าอย่างรุนแรง จนยากที่จะร้องเพลงในแบบ “คิดถึงเธอ คิดถึงเธอ” ออกมาได้

คำถามจึงอยู่ที่ว่าอะไรทำให้พรรคก้าวไกลยังคงนิ่ง อะไรทำให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ดูเหมือนกับจะไม่รู้ร้อนหนาว ณ เบื้องหน้า มรสุมแห่งปัญหาที่ดาหน้าเข้ามา

ทั้งจากบรรดา “ปรปักษ์” และจากคนที่คิดว่าเป็น “มิตร”

แปลกอย่างยิ่งที่พรรคก้าวไกลยังคงดึงดันที่จะเสนอชื่อ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ขึ้นชิงตำแหน่ง “ประธานสภา” แปลกที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ยังร้องเพลง “ไม่เป็นรอง” ออกมาได้

เพียงแจ้ง “เลื่อน” กำหนดการพบระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคก้าวไกล ยังจะเป็น “ยุทธวิธี” ที่เหมาะสมละหรือ

เมื่อเทียบกับ “โจทย์” การเมืองอันมาจากพรรคเพื่อไทย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน