FootNote:สมรภูมิ เลือก นายกรัฐมนตรี ฉายสะท้อน ตัวตนการเมือง
แม้ทั้ง น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรค และ นายชัยธวัช ตุลาธน จะยืนยันความมั่นใจว่า นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ จะได้รับเสียงโหวต 376 เสียงในที่ประชุมรัฐสภา
กระนั้น ดูเหมือนจะมีคนจำนวนน้อยเป็นอย่างมาก ที่จะมั่นใจไปตามคำยืนยันของแกนนำสำคัญจากพรรคก้าวไกล
มีเพียงปัญญาชนสาธารณะเพียงไม่กี่คนอย่างเช่น นายสุขุม นวลสกุล อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง และ นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ผู้ซึ่งศึกษา “นิด้าโพล” อย่างละเอียดเท่านั้น ที่แสดงความเชื่อมั่น
กระนั้น ความเชื่อมั่นของ 2 ปัญญาชนสาธารณะนี้กล่าวสำหรับ นายพิชาย รัตนดิลก ณ ภูเก็ต ก็เป็นฐานข้อมูลเก่า ขณะที่ นายสุขุม นวลสกุล ก็เชื่อมั่นบนฐานแห่งจิตวิญญาณประชาธิปไตย คิดว่าภายใน 250 ส.ว.จะต้องมีคนที่ยึดมั่นในจิตวิญญาณนี้และเลือก นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์
บรรดาผู้คร่ำหวอดบนเส้นทางการเมือง ไม่ว่าจะอยู่ในพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ ล้วนไม่เชื่อ และคิดว่าจะสูญเสียเหมือนสูญเสียตำแหน่ง “ประธานสภา”
นั่นก็คือ อาจสูญเสียให้พรรคเพื่อไทย หรืออย่างเลวร้ายก็สูญเสียให้พรรคพลังประชารัฐ
ในกลุ่มคนที่เชื่อว่าเส้นทางนายกรัฐมนตรีจะไม่เป็นของพรรคก้าวไกล มองว่าแนวโน้มและความเป็นไปได้เอนเอียงไปทางด้านพรรคเพื่อไทยและพรรคพลังประชารัฐมากกว่า
ที่มองโลกในแง่ดีก็มองว่า พรรคเพื่อไทยจะยึดครองตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” โดยที่ยังรักษาความเป็นมิตรกับพรรคก้าวไกลได้อย่างไร
เพราะหากว่าในที่สุดแล้วพรรคเพื่อไทย จำเป็นต้องพึ่งบริการผ่านพรรคพลังประชารัฐ ก็อาจจะกลายเป็นปัจจัยทำให้จำเป็นต้อง ขจัดพรรคก้าวไกลไปโดยอัตโนมัติ
เพราะถึงอย่างไรพรรคก้าวไกลคงไม่สามารถร่วมอยู่กับพรรคพลังประชารัฐได้ ตามหลักการ “มีเราไม่มีลุง มีลุงไม่มีเรา”
ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” จึงต่างจากกรณี “ประธานสภา”
สถานการณ์การเลือก “นายกรัฐมนตรี” ในอีก 1 สัปดาห์ข้างหน้า จึงเป็นความร้อนแรงยิ่งในทางการเมือง เป็นสนามชี้ขาดอย่างเป็นจริงยิ่งกว่าสถานการณ์การเลือก “ประธานสภา”
บนเส้นทางนี้ “ตัวตน” ของแต่ละกลุ่ม “พลัง” ย่อมสะท้อนออก
ไม่ว่าจะเป็นตัวตนของ 250 ส.ว. ไม่ว่าจะเป็นตัวตนของพรรคร่วมรัฐบาลเดิม ไม่ว่าจะเป็นตัวตนของ 8 พรรคอันเป็นพันธมิตรร่วมลงนามใน “บันทึกช่วยจำ”
แน่นอน ตัวตนอันแท้จริงของพรรคก้าวไกล ก็ต้องอยู่ในเบ้าหลอมแห่งการพิสูจน์อย่างเลี่ยงไม่พ้น