FootNote : อ่อนหัด ไร้เดียงสา “ก้าวไกล” ในสายตาของนักเคลื่อนไหว
แม้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นายชัยธวัช ตุลาธน แกนนำสำคัญของพรรคก้าวไกล จะออกมายืนยันถึงเสียงสนับสนุนจาก ส.ว.
การโหวตให้ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ในวันที่ 13 กรกฎาคม จะทะยานพ้นหลัก 376 เสียงได้อย่างแน่นอน
นั่นก็คือ เป็นการโหวตรวดเดียวจบสิ้นกระบวนความ
กระนั้น มีน้อยคนเหลือเกิน ที่จะเชื่อไปตามคำยืนยันจากบรรดาแกนนำสำคัญของพรรคก้าวไกลอย่างมั่นใจ ที่มารยาทดีมากก็เพียงแต่รับฟังด้วยความสุภาพ ไม่โต้แย้ง
ที่ไม่จำเป็นต้องสงวนท่าทีเพื่อถนอมน้ำใจ ก็เห็นได้จากตัวตึงจาก 250 ส.ว.ไม่ว่าจะเป็น นายเสรี สุวรรณภานนท์ นายสมชาย แสวงการ นายกิตติศักดิ์ รัตนวราหะ เป็นต้น
ยิ่งแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ยิ่งแกนนำมวลมหาประชาชน ยิ่งประสานเสียงเยาะเย้ยหยามหยันว่า ไม่มีหนทางเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน
อาวุธที่ฝ่ายตรงกันข้ามงัดออกมาใช้ คืออาวุธเดียวกันกับที่เคยเล่นงานพรรคไทยรักไทย พรรคพลังประชาชน พรรคเพื่อไทย
เพียงแต่ต่อพรรคก้าวไกลรุนแรงเหี้ยมเกรียมมากยิ่งกว่า
มองจากผู้จัดเจนในสมรภูมิการต่อสู้ทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นพันธมิตรประชาธิปไตย ไม่ว่าจะเป็น กปปส. ไม่ว่าจะเป็น นปช. ล้วนมองเห็นกระบวนท่าของพรรคก้าวไกลอ่อนหัด
ทั้งยังเป็นความอ่อนหัดอย่างไร้เดียงสา น่าขัน คิดว่าเพียงคำแถลงสวยหรูที่ก่อให้เกิดความหลงเชื่อได้อย่างง่ายดาย
นี่เป็นท่าทีเดียวกันกับที่มอง “แฟลชม็อบ” เมื่อปี 2563
เนื่องจากไม่ว่าจะประเมินในเรื่องของ “ปริมาณ” การเข้าร่วม ไม่ว่าจะประเมินในแต่ละกลยุทธ์ที่นำออกมาขับเคลื่อน และสร้างความต่อเนื่องล้วนดำเนินไปอย่างที่เห็นว่า
หน่อมแน้ม
เสียงเตือนจึงไม่เพียงแต่จะให้ระวังในเรื่องอุบัติเหตุทางการเมือง ที่อาจเกิดขึ้นตลอดสองรายทาง ที่สำคัญเป็นอย่างมาก ยังยากที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างใดอย่างหนึ่งได้
พรรคก้าวไกลจึงเดินไปบนถนนแห่ง “ความเป็นไม่ได้”
มีคำถามตามมาว่า หากพรรคก้าวไกลมั่นใจในกระบวนการต่อรอง และทำความเข้าใจกับ 250 ส.ว. แล้วเหตุใดจึงต้องนัดชุมนุมทางการเมือง
ทั้งๆ ที่การชุมนุมก็ไม่ฮึกห้าวเหิมหาญเหมือนในกาลอดีต
ไม่ว่าจะเป็นที่นครราชสีมา ไม่ว่าจะเป็นที่สุพรรณบุรี ไม่ว่าจะเป็นที่เซ็นทรัลเวิลด์ และที่จะตามมา ณ สมุทรปราการ ตลอดจนในพื้นที่ปทุมธานี
ทั้งๆ ที่ในความเป็นจริง การเคลื่อนไหวตลอดปี 2563 ต่อเนื่องถึง 2564 ยังไม่เคยทำอะไร พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้
นี่มิเท่ากับเป็นการร้องตะโกนไปในความว่างเปล่าหรือ