FootNote : คำถาม ประยุทธ์ จันทร์โอชา ต่อการชุมนุม 13 กรกฎาคม
น้ำเสียงของ “ตำรวจ” เมื่อเผชิญประสบกับสถานการณ์การชุมนุมเคลื่อนไหว บริเวณหน้ารัฐสภาในวันที่ 13 กรกฎาคม ยังเป็นน้ำเสียงเดิมไม่แปรเปลี่ยน
แม้จะอยู่ในห้วงเวลาอัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศอำลาและวางมือในทางการเมือง
นั่นก็เห็นได้จากการตระเตรียม “ที่คุมขัง” ไว้รับมือ
นั่นก็เห็นได้จากการจัดวางกำลังพลเป็นจำนวนมากถึง 15 กองร้อยในการบังคับบัญชาของกองบัญชาการตำรวจนครบาล โดยสนธิมาจากกองบัญชาการตำรวภูธร กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน
ยิ่งกว่านั้น รายงานข่าวบางกระแสยังระบุด้วยว่า ทั้งหมดนี้อยู่ในการประสานและร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงของทหารอย่างใกล้ชิด
อย่าแปลกใจหากก่อนวันที่ 13 กรกฎาคม จะมีการนำเอาตู้คอนเทนเนอร์มาวางขวางในแต่ละเส้นทาง ก่อนจะเข้าสู่พื้นที่หน้าอาคารรัฐสภา เกียกกาย
ทั้งหมดนี้คือ ภาพอันเคยเห็นจนเป็นความเคยชินตลอดการชุมนุมเคลื่อนไหวในปี 2563 ต่อเนื่องถึงปี 2565
ไม่ว่าน้ำเสียง ไม่ว่าการบริหารจัดการยังเป็นเช่นนี้ สะท้อนอย่างเด่นชัดว่าอำนาจยังอยู่ในมือของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ
ถามว่าผลพวงจากการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ไม่ได้ส่งแรงสะเทือนและก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงบ้างหรือ
น่ายินดีที่การเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2565 ทำให้ได้ผู้ว่าฯกทม.คนใหม่เป็น นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มิใช่คนเก่า พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง อีกแล้ว
น่ายินดีที่การเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 ทำให้ได้ประธานรัฐสภาคนใหม่เป็น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา มิใช่คนเก่านายชวน หลีกภัย อีกแล้ว
จึงได้มีการประสานระหว่างรัฐสภากับ กทม. เพื่อจัดพื้นที่และเตรียมเครื่องอำนวยความสะดวกให้กับผู้ชุมนุม
สิ่งใหม่นี้จะมีผลสะเทือนต่อ “ตำรวจ” หรือไม่ เป็นคำถาม
เหมือนกับจะเป็นคำถามต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่ในความเป็นจริงยังเป็นคำถามต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
เป็นคำถามต่อ “ระบอบ” อันเป็นตัวแทนแห่ง “อำนาจ”
มิได้เป็นคำถามจาก กทม.ยุค นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ มิได้เป็นคำถามจากรัฐสภายุค นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หากยังเป็นคำถามจากประชาชน
เป็นคำถามในบรรยากาศแห่งการปะทะในห้วงแห่งการเปลี่ยนผ่านทางการเมือง