FootNote : ท่าที ความหงุดหงิด “ด้อมส้ม” เงาสะท้อน เด่นชัด “ผู้อาวุโส”
บทบาทและท่าทีของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ที่มีต่อพรรคก้าวไกล โดยเฉพาะต่อสิ่งที่เรียกว่า “ด้อมส้ม” กำลังกลายเป็นทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์
หากติดตามเงาสะท้อนแห่ง #เสรีรวมไทย ประสานเข้ากับ #เสรี ก็จะสัมผัสได้ในทิศทางอันละเอียดอ่อน
จะมองว่าเป็นการหยั่งเชิงเหมือน น.ต.ศิธา ทิวารี
นั่นก็คือ ประเมินว่าที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส แหย่ลงไปยังสิ่งที่เรียกว่า “ด้อมส้ม” เพื่อต้องการหยั่ง เพื่อต้องการตรวจสอบว่ามีความเป็นจริงรองรับมากน้อยเพียงใด
หรือเสมอเป็นเพียงปฏิกิริยาในสังคมโซเชียลมีเดีย อันถือว่าเป็น “โลกเสมือนจริง” แสดงอารมณ์สะท้อนความรู้สึกจากแต่ละคีย์บอร์ดแล้วก็ไม่มีการเคลื่อนไหวอื่น
ขณะเดียวกัน หากจะมองและประเมินว่าความรู้สึกของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สะท้อนการมองการเมืองที่แตกต่างไปจากมุมของพรรคก้าวไกลอย่างชัดเจน
นั่นก็คือ ไม่เห็นด้วยเลยกับการเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญ มาตรา 272 ไม่เห็นด้วยเลยกับจังหวะก้าวของบางกฎหมาย
เห็นว่าไม่สอดคล้องกับความจริง เห็นว่าไร้เดียงสา
มองจากสภาพความเป็นจริงที่แวดล้อมอยู่โดยรอบตัวตนแห่งความเป็น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ตั้งแต่ได้รับยกย่องเป็น “วีรบุรุษนาแก” กระทั่งเป็นหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทยก็จะเข้าใจ
เข้าใจว่าเหตุใดพรรคการเมืองนี้จึงชื่อ “เสรีรวมไทย” เข้าใจว่าความห่วงใยที่สะท้อนออกมีพื้นฐานมาอย่างไร
ในเมื่อ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สามารถยอมรับได้หากพรรคเพื่อไทยจะเป็นมิตรกับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และพรรคพลังประชารัฐ
ในเมื่อในที่สุดแล้วในสถานการณ์อันแหลมคมของการจัดตั้งรัฐบาล พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส จะเห็นด้วยกับการถอยในบางข้อกฎหมาย หรือยอมเสียสละไปเป็น “ฝ่ายค้าน”
ขณะเดียวกัน ความหงุดหงิดต่อสิ่งที่เรียกว่า “ด้อมส้ม” ก็เป็นเงาสะท้อนอันยืนยันมุมที่ต่างกันบนฐานแห่งวัยที่ต่างกัน
น่าสนใจก็ตรงที่บทสรุปต่อสิ่งที่เรียกว่า “ด้อมส้ม” น่าจะเป็นบทสรุปที่ใกล้เคียงเป็นอย่างยิ่งกับของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ และของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นั่นก็คือ มองด้วยความหงุดหงิด มองด้วยความไม่เข้าใจ
ไม่เข้าใจว่าทำไมจะต้องยืนกรานในการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาบางมาตรา ไม่เข้าใจว่าทำไมจึงมิอาจยอมรับได้แม้กระทั่งพรรคภูมิใจไทย พรรคประชาธิปัตย์
นี่คือปัญหาและความขัดแย้งอันปะทุขึ้นอย่างเด่นชัดตั้งแต่ก่อนรัฐประหาร 2549 และดำรงอยู่กระทั่งปี 2566