FootNote : ตัด ก้าวไกล ออกจากสมการ เพื่อไทย ก็เผชิญตรง “3 ป.”

น่าเห็นใจพรรคเพื่อไทยอย่างยิ่ง น่าเห็นใจ นายเศรษฐา ทวีสิน อย่างยิ่ง กับการต้องประสบปัญหาอันเนื่องจากประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

เป็นปัญหาเดียวกันกับที่พรรคก้าวไกล และ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ต้องประสบ

แม้จะต่าง “อัตรา” ความเข้มข้นอย่างแจ่มชัด

แม้พรรคเพื่อไทยจะแสดงออกให้เห็นว่าพยายามในการตีตัวออกต่างหากจากพรรคก้าวไกล ไม่ว่าจะอยู่เบื้องหน้าพรรคพลังประชารัฐ ไม่ว่าจะอยู่เบื้องหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ

อันเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณไปถึง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อันเท่ากับเป็นการส่งสัญญาณไปถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ซึ่งอยู่ข้างหลัง 250 สว.

กระนั้น ภายในกระแส “ต้าน” อันปะทุผ่าน นายเสรี สุวรรณภานนท์ อันปะทุผ่าน นายกิตติศักดิ์ รัตนะวราหะ ก็มากด้วยความละเอียดอ่อนและยอกย้อนในทางการเมือง

ส่งผลให้ข้อสังเกตอันมาจาก นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ที่ว่าโอกาสยังมิใช่ นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น

แท้จริงแล้ว ตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” จะเป็นของผู้ใด

พลันที่สามารถตัดพรรคก้าวไกลอันมี นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เป็นตัวชูโรงออกไปจากสมการในทางการเมือง นั่นหมายถึงคู่แห่งความขัดแย้งก็มีความแปรเปลี่ยน

นี่มิได้เป็นการปะทะระหว่างอำนาจอันได้มาจาก “รัฐประหาร” ต่อพรรคก้าวไกลดำรงอยู่อย่างเป็นด้านหลัก

ตรงกันข้าม เท่ากับเป็นการปะทะโดยตรงไปยังพรรคเพื่อไทย

ไม่ว่าจะมองผ่านพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าจะมองผ่านพรรคชาติไทยพัฒนา ไม่ว่าจะมองผ่านพรรคประชาธิปัตย์ นี่ย่อมเป็นขั้นตอนแห่งการต่อรองเพื่อกำหนดเงื่อนไข

เมื่อมองเห็นชัยชนะรออยู่ข้างหน้าแล้วอย่างชัดเจน ภาพของการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีก็เริ่มปรากฏ และตัวละครที่เคยอยู่ข้างหลังก็เริ่มแสดงตัวออกมา

เป็นไปได้อย่างไรที่จะปล่อยให้พรรคเพื่อไทยครองฐานะ “นำ”

อย่าลืมความสัมพันธ์อันพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคประชาธิปัตย์ เคยมีและได้มาระหว่างร่วมรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างเด็ดขาด

อย่าลืมบทบาทของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ที่มีเต็มมือ

ปัจจัยอันเป็น “อาวุธ” อันมากด้วยพลานุภาพของทั้ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ย่อมเป็น 250 สว.อันกุมเสียงข้างมากอย่างเป็นจริง

นี่คือความละเอียดอ่อนที่ไม่ว่าพรรคเพื่อไทย ไม่ว่า นายเศรษฐา ทวีสิน จะต้องเผชิญประสบอย่างเข้มข้นอย่างยากจะเลี่ยงได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน