หัวหน้าพรรคเพื่อไทย พร้อมแกนนำพรรคแถลงมติที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร และ สส.ของพรรค มีมติเสนอชื่อนายเศรษฐา ทวีสิน เป็นผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อให้เป็นนายกรัฐมนตรีให้รัฐสภาเห็นชอบ โดย สส.พรรคเพื่อไทยจะสนับสนุนครบทั้ง 141 เสียง

ขณะที่พรรคร่วมก็มีความเห็นสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน เชื่อว่าจะมีเสียง สส.และ สว.เกิน 375 เสียง ที่สนับสนุนแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคเพื่อไทย

ส่วนวันประชุมรัฐสภาเพื่อเลือกนายกฯ คาดการณ์อาจเป็นวันที่ 18 ส.ค. หรือวันที่ 21 ส.ค. ซึ่งแกนนำพรรคเพื่อไทยแสดงความมั่นใจได้เสียงสนับสนุนเกินแน่นอน

เมื่อได้นายกฯ เรียบร้อยแล้ว ก็พร้อมจัดตั้งรัฐบาลทันที คาดได้รัฐบาลใหม่ช่วงปลายเดือนส.ค. หรือต้นก.ย.

การเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย เป็นผลต่อเนื่องจากที่เคยจับมือร่วมกับพรรคก้าวไกล พรรคอันดับหนึ่ง แต่ไม่ได้รับการสนับสนุนจากเครือข่ายอำนาจ ที่เคลื่อนไหวผ่านกลไกรัฐธรรมนูญ 2560 และ 250 สว.

จึงเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วงจากสังคม มีการชุมนุมของมวลชนเพื่อแสดงเจตจำนง ตอกย้ำความคาดหวังของประชาชนดังที่ปรากฏชัดจากผลเลือกตั้ง 14 ส.ค.2566 ต้องการความเปลี่ยนแปลง

จนกระทั่งสถานการณ์นำไปสู่การที่พรรคเพื่อไทยไปจับมือกับอีกขั้ว ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2562 ประกาศสลายขั้วจัดตั้งรัฐบาลพิเศษ

เป็นความสุ่มเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นของพรรคเพื่อไทย พร้อมกับความรับผิดชอบอย่างสูงที่จะต้องผลักดันนโยบายต่างๆ ตามที่หาเสียงเอาไว้

พรรคเพื่อไทยประกาศหากจัดตั้งรัฐบาลได้ จะแก้วิกฤตรัฐธรรมนูญ เศรษฐกิจ และความขัดแย้ง เริ่มจากจะผลักดันการจัดทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญ มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ

ด้านเศรษฐกิจจะพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย พักหนี้วิสาหกิจขนาดกลางและย่อม หรือเอสเอ็มอี ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด นโยบายกระเป๋าเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาท ปรับลดค่าพลังงานและไฟฟ้า

สิ่งสำคัญคือการดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้องเหตุการณ์สลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 หรือคดี 99 ศพ ต้องผลักดันเข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาลอาญาปกติ รวมถึงสานต่อการพูดคุยสันติภาพชายแดนภาคใต้ ซึ่งทั้ง 2 กรณีถูกล้มเลิกไปหลังรัฐประหาร 2557

ถ้าหากทำได้ทำเร็ว จะช่วยฟื้นคืนความเชื่อมั่นของพรรค และเยียวยาความรู้สึกประชาชนต่อการจัดตั้งรัฐบาล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน