FootNote – มรสุม ข่าวลือ ฟาดกระหน่ำ
ทั้งๆ ที่ทั้งพรรคเพื่อไทยและพรรครวมไทยสร้างชาติ ล้วนถือว่าการสามารถตกลงเข้าร่วมใน “รัฐบาลพิเศษ” ของพรรครวมไทยสร้างชาติถือเป็นความสำเร็จ เป็นชัยชนะ
เป็นชัยชนะของพรรคเพื่อไทยในการดึงเอาพรรครวมไทยสร้างชาติเข้ามาเป็น 1 ในพันธมิตร
กระนั้น คำถามที่ไม่ควรเป็นคำถามก็ปรากฏขึ้น ไม่ว่าจะเป็นคำถามที่ว่า ทำไมต้องเป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ”ก่อน” ทำไมจึงไม่เป็นพรรคพลังประชารัฐ
เนื่องจากหากจับจังหวะแห่งกระบวนการทางด้าน”การข่าว” ก็ต้องยอมรับว่าพรรคพลังประชารัฐ โดย นายไผ่ ลิกค์ มีความชัดเจนเมื่อเทียบกับกรณีพรรครวมไทยสร้างชาติ
แม้จะมีท่าทีที่ค่อนข้างเป็นมิตรจากนายธนกร วังบุญคงชนะ ก็เสมอเป็นเพียงการนำความส่งผ่านนายสมศักดิ์ เทพสุทิน มิได้มีการแถลงในแบบของพรรคพลังประชารัฐ
แต่แล้วเมื่อสามารถ “ดีล” กันได้อย่างราบรื่นเหตุใดภาระหน้า ที่ในการแสดงความดีใจกลับเป็นจากพรรครวมไทยสร้างชาติแทนที่จะมาจากพรรคเพื่อไทย
คำถามจึงหยั่งลึกลงไปว่าใครเป็นฝ่ายรุก เป็นฝ่ายกระทำ
เหมือนกับการเคลื่อนไหวทุกการเคลื่อนไหวจะสะท้อนให้เห็นการอยู่ในฐานะรุก ในฐานะเป็นฝ่ายลงมือ โดยทีมเจรจาพรรคเพื่อไทยที่มี นายภูมิธรรม เวชยชัย เล่นบทนำ
ไม่ว่าเมื่อจับมือกับพรรคภูมิใจไทย ไม่ว่าเมื่อจับมือกับพรรคชาติไทยพัฒนา หรือแม้กระทั่งแตะเบาๆ ไปยังพรรคประชาธิปัตย์
แต่กล่าวสำหรับกรณีไม่ว่าต่อพรรครวมไทยสร้างชาติและต่อพรรคพลังประชารัฐ กลับมิได้เป็นการแสดงออกโดยพรรคเพื่อไทย
แต่กลับมาจากพรรคพลังประชารัฐ พรรครวมไทยสร้างชาติ
ต้องยอมรับว่าทั้งหมดนี้สะท้อนความระมัดระวังเป็นอย่างสูงของทีมเจรจาพรรคเพื่อไทย เนื่องจากพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐมีความละเอียดอ่อน
หากย้อนกลับไปมองท่าทีของระดับนำในพรรคเพื่อไทย ล้วนแต่เคยแสดงความรังเกียจ ปัดปฏิเสธผ่าน”ปิดสวิตช์ 3 ป.”
ต้องยอมรับว่าแม้ว่าทุกอย่างจะราบรื่นตามสภาพความเป็นจริงแห่งการทำข้อตกลงลับๆ แต่แต่ละฝ่ายก็ระมัดระวังในการเสนอแต่ละข้อมูลออกมาต่อสังคม
ท่วงทำนองเช่นนี้เองที่ก่อให้เกิดปัญหากลายเป็นคำถาม
เป็นคำถามท่ามกลางมรสุมโลหิตที่กระหน่ำฟาดเข้าใส่ นายเศรษฐา ทวีสิน อย่างเป็นระบบไม่ว่าจะมาจากนายชูวิทย์ กมลวิ ศิษฐ์ ไม่ว่าจะเป็นความสงสัยภายใน 250 สว.
กว่าจะถึงการประชุมรัฐสภาในวันที่ 22 สิงหาคม ข่าวลือทั้งหมดจะยิ่งแตกกิ่งแยกสาขาอย่างมากด้วยสีสัน