ผู้นำทั่วโลกขานรับ แสดงความยินดีกับนายเศรษฐา ทวีสิน ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรีแห่งราชอาณาจักรไทยคนที่ 30 ซึ่งผ่านความเห็นชอบจากที่ประชุมรัฐสภาเกินกึ่งหนึ่งถึง 107 เสียง
มาจากเสียงของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตย แม้เป็นรัฐบาลผสมรวมกันถึง 11 พรรค แต่ก็มีเสียงสนับสนุนที่รับประกันได้ถึงความมีเสถียรภาพ
การยอมรับจากนานาชาติเป็นความสำคัญยิ่งยวดต่อการดำเนินนโยบายต่างประเทศ โดยเฉพาะการเจรจาความร่วมมือทั้งการค้า การลงทุน ความมั่นคง ตลอดจนการลงนามต่างๆ
ที่ผ่านมา ตั้งแต่มีการยึดอำนาจล้มล้างรัฐบาลที่มาจากประชาชน ประเทศมีที่ยืนในเวทีโลกอย่างจำกัด เพราะผู้นำไม่เป็นที่ยอมรับ การเจรจาความร่วมมือต่างๆ จึงดำเนินไปอย่างกะปริดกะปรอย
แต่หลังรัฐสภาให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ผู้นำโลกทั้งในกลุ่มประเทศอาเซียน ตลอดจนภูมิภาคอื่นๆ ต่างก็ส่งสารมาแสดงความยินดีไม่ขาดสาย ถือว่าเกียรติภูมิประเทศกลับมาอีกครั้ง
นายโจเซฟ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา นอกจากแสดงความยินดีโดยระบุว่าประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา มีประวัติศาสตร์และค่านิยมร่วมกัน พันธมิตรของ 2 ชาติ ได้ส่งเสริมสันติภาพ ความมั่นคง และความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนทั้ง 2 ชาติ และภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก ด้วยการกระชับความร่วมมือให้ลึกซึ้งยิ่งแล้ว
ที่สำคัญยังได้ระบุว่าตั้งตารอที่จะมีโอกาสได้พบกับนายเศรษฐาด้วยตนเอง ถือเป็นความกระตือรือร้นที่จะได้พบปะเจรจากันในระดับผู้นำ ต่อจากนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ขณะที่สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย เผยแพร่แถลงการณ์แสดงความยินดีเช่นกัน พร้อมระบุว่าจีนและไทยใกล้ชิดเหมือนครอบครัวเดียวกัน พร้อมทำงานร่วมกันเพื่อให้ประชาชนทั้ง 2 ชาติเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรสหายที่ดี ญาติสนิทที่ดี และพันธมิตรที่ดีตลอดไป
ปฏิกิริยาเชิงบวกที่นานาชาติมีต่อนายกรัฐมนตรีคนใหม่และประเทศไทย ถือเป็นโอกาสอันดีและเป็นประตูที่เปิดกว้างที่จะนำไปสู่ความร่วมมือต่างๆ ทั้งในรูปแบบทวิภาคีและพหุภาคี
ดังนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ตลอดจนผู้แทนการค้าไทย จะต้องเป็นผู้มีความรู้ความสามารถ มีบทบาทอันโดดเด่นในการตอบรับโอกาสที่เกิดขึ้น
งานใหญ่ระดับโลกที่จะรออยู่ข้างหน้าช่วงกลางเดือนกันยายน คือการประชุมสมัชชาสหประชาชาติของสมาชิกทั้ง 193 ชาติ กำหนดนโยบายที่ใหญ่ที่สุดขององค์การสหประชาชาติประจำปี
โดยนายเศรษฐาจะนำคณะเข้าร่วมประชุมด้วย และจะเป็นโอกาสอันดีและสำคัญที่จะได้พบปะ พูดคุย และเจรจากับผู้นำต่างๆ จากทั่วโลกเป็นครั้งแรกในเวทีระดับนานาชาติ