ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (พี-มูฟ) เครือข่ายภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาของรัฐ ร่วมเสนอข้อเรียกร้องถึงรัฐบาลในระหว่างการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
เนื่องจากผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายการพัฒนาอันผิดพลาดของรัฐ เป็นปัญหาเรื้อรังตกทอดมาหลายรัฐบาล ก่อให้เกิดความไม่มั่นคงในชีวิต และศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ไม่ว่าด้านสิทธิที่ดินทำกิน ที่อยู่อาศัย การจัดการทรัพยากรป่าไม้ ตลอดจนการปรับปรุงแก้ไขกฎหมายที่ไม่สอดรับกับสิทธิชุมชน และสิทธิกลุ่มคนพื้นเมืองชาติพันธุ์ต่างๆ เป็นต้น
กลุ่มพี-มูฟและเครือข่าย เห็นว่านโยบายของรัฐบาลยังไม่ครอบคลุมเพียงพอ จึงร่วมเสนอเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหา
โดยมีข้อเรียกร้องที่น่าสนใจคือ ยกระดับการจัดการที่ดินโฉนดชุมชน กระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม ยั่งยืน สู่เกษตรกรรายย่อยและผู้ยากจน ผลักดันให้มีการจัดตั้งธนาคารที่ดิน
สังคายนากฎหมายที่ดินและป่าไม้ทั้งระบบ ได้แก่ พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า ทบทวนและยกเลิกมติครม. เพื่อให้สอดคล้องกับหลักการคนอยู่กับป่าอย่างสมดุลยั่งยืน
รับรองร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองสิทธิและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์และชนเผ่าพื้นเมือง โดยเฉพาะการออกกฎหมายนิรโทษกรรมราษฎรที่ได้รับความเสียหาย หรือได้รับผลกระทบจากนนโยบายของรัฐ
ระหว่างรอกฎหมายขอให้ชะลอการดำเนินคดี เพื่อพิสูจน์สิทธิ เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งทั่วประเทศมีอยู่หลายหมื่นราย
นอกจากนี้ ยังเรียกร้องให้พิจารณานโยบายแปลงที่ดิน ส.ป.ก.4-01 เป็นโฉนด ของบางพรรคร่วมรัฐบาล ต้องทำอย่างรอบคอบ รัดกุม ไม่เอื้อประโยชน์กลุ่มนายทุนที่รอจ้องโอกาส จะยิ่งทำให้เกิดวิกฤตความเหลื่อมล้ำ การกระจุกตัวของที่ดินเพิ่มมากยิ่งขึ้น
รวมทั้งให้หยุดนโยบายฟอกเขียวให้ภาคอุตสาหกรรมที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก อันเป็นสาเหตุที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และปัญหาโลกร้อน
ซึ่งจะนำไปสู่การแย่งยึดที่ดินที่ทำกินของผู้ยากไร้ เกษตรกรรายย่อย และกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ดังปรากฏผ่านโครงการปลูกป่าทับที่ดินทำกินของชุมชน เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่ละเมิดสิทธิชุมชน
นี่คือข้อเรียกร้องที่เครือข่ายภาคประชาชน เห็นว่ารัฐบาลควรนำไปพิจารณาให้ครอบคลุมด้วย โดยเฉพาะการนิรโทษฯ ประชาชนที่ควรผลักดันอย่างเร่งด่วน