FootNote : ไฉน วันมูหะมัดนอร์ มะทา ปกป้อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา

ท่าทีของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ต่อตำแหน่ง “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1” ของ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา น่าติดตามอย่างเป็นพิเศษ

ไม่เพียงเพราะ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ดำรงตำแหน่งเป็น “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” เพียงประการเดียว หากที่สำคัญอย่างมากยังเป็นการดำรงอยู่ในสถานการณ์พิเศษทางการเมือง

1 เป็นสถานการณ์พิเศษที่ท่ามกลางความขัดแย้งและแย่งชิงตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ระหว่างพรรคก้าวไกลอันเป็นพรรคอันดับ 1 กับพรรคเพื่อไทยอันเป็นพรรคอันดับ 2

ชื่อของ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคประชาชาติ ถูกเสนอเป็นทางออก โดยพรรคเพื่อไทยและพรรคก้าวไกลก็ให้ความเห็นชอบ

ความเห็นชอบของพรรคก้าวไกลนั้นวางอยู่บนสถานการณ์พิเศษ 1 ที่ชื่อแคนดิเดตตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ของพรรคก้าวไกล คือชื่อของนายปดิพัทธ์ สันติภาดา

นี่คือสายสัมพันธ์ “พิเศษ” อันมีอยู่ระหว่าง นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา กับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา

ยิ่งกว่านั้น นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ยังมีประสบการณ์ร่วม

ประสบการณ์ “ร่วม” อันทรงความหมายยิ่งสำหรับ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็นประสบการณ์จากการดำรงตำแหน่งเป็น “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ครั้งแรกจากการเลือกตั้งเมื่อปี 2539

การเลือกตั้งเดือนพฤศจิกายน 2539 พรรคเพื่อไทยได้ชัยชนะและได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล

นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา เป็น “ประธาน” จากพรรคความหวังใหม่ และด้วยความเห็นชอบจากพรรคร่วมรัฐบาลที่ยกมือให้ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกรัฐมนตรี

เมื่อ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตกเป็นของ นายชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

พรรคประชาธิปัตย์ไม่แตะต้องตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา จากพรรคความหวังใหม่

ที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ระบุว่า หากพรรคก้าวไกลขับ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ไปอยู่พรรคการเมืองอื่นเพื่อรักษาเก้าอี้ “ผู้นำฝ่ายค้าน” และ “รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 1”

ก็เป็นการปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญและข้อบังคับของสภา

นั่นก็คือเป็นเรื่องที่ทั้งพรรคก้าวไกลและ นายปดิพัทธ์ สันติภาดา ต้องปฏิบัติตาม ส่วนสส.ฝ่ายรัฐบาลจะรับได้หรือไม่ก็เป็นเรื่องของฝ่ายรัฐบาล

เป็นการพูดบนสถานะแห่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร”

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน