สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ป.อ.ปยุตฺโต) นักปราชญ์พระพุทธศาสนา อธิบายกิจกรรมหลังพรรษากาลที่พระสงฆ์อยู่จำพรรษาตลอดระยะเวลา 3 เดือน ศาสนกิจนอกพรรษาว่าเป็นเทศกาลท้ายฝน
เริ่มตั้งแต่วันแรม 1 ค่ำเดือน 11 จนถึงวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 สำหรับปีนี้นับตั้งแต่วันที่ 30 ตุลาคมจนถึงวันที่ 27 พฤศจิกายน ซึ่งมีสังฆกรรมและพิธีที่เกี่ยวข้อง 3 ประเภท
เริ่มที่วันมหาปวารณา การเปิดโอกาสเชิงเชิญชวนให้ขอหรือว่ากล่าวตักเตือนชี้ข้อบกพร่องกันและกันได้ของสังคมสงฆ์ การตักบาตรเทโวโรหณะ ประเพณีใหญ่ของพุทธศาสนิกชน และเทศกาลทอดกฐิน
สังฆกรรม 2 ประการแรกนั้น กระทำจบภายในวันเดียว แต่กฐินซึ่งเป็นกาลทานการทำบุญในโอกาสพิเศษ พุทธบัญญัติกำหนดให้มีระยะเวลาเพียง 1 เดือนเท่านั้น
จริงๆ แล้วอุดมการณ์ของกฐินนั้น ผ้ากฐินที่นำมาทอดถวายนั้นบัญญัติไว้ว่าจะไม่เป็นของรูปใดรูปหนึ่ง แต่ให้อปโลกน์หรือโหวตในท่ามกลางที่ประชุมสงฆ์ตั้งแต่ 5 รูปขึ้นไปว่าจะให้ตกเป็นของภิกษุรูปใด
เมื่อที่ประชุมสงฆ์มีมติเป็นเช่นใดแล้ว ก็ให้ถวายเป็นกรรมสิทธิ์ของพระภิกษุรูปนั้นๆ ไป โดยผู้ที่ได้รับผ้ากฐินจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนสมควรได้รับจริงๆ
การทอดกฐินนั้น มีกฐิน 3 ประเภท ได้แก่ จุลกฐิน คือ กฐินที่เตรียมและการทอดกฐินเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง มหากฐิน กฐินที่จัดใหญ่ และกฐินตกค้าง คือวัดที่ไม่มีผู้จับจองทอดถวาย
อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันมีศัพท์เรียกขานเพิ่มแบ่งประเภทตามลักษณะและพิธีการ เช่น กฐินหลวง กฐินพระราชทาน กฐินราษฎร์ และกฐินสามัคคี เป็นต้น
สำหรับกฐินหลวง มีความพิเศษและสำคัญ คือ กฐินที่พระมหากษัตริย์และพระบรมวงศานุวงศ์เสด็จพระราชดำเนินไปทอดถวายผ้าพระกฐินด้วยพระองค์เอง มีทั้งสิ้น 16 พระอารามหลวงสำคัญ
กฐินพระราชทาน คือ กฐินที่พระราชทานผ้าไตรให้หน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน อัญเชิญไปทอดถวายพระอารามหลวงกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ
ในปีนี้ กรมการศาสนาแจ้งว่ากฐินพระราชทานขณะนี้ ยังขาดเจ้าภาพที่จะอัญเชิญไปทอดถวายอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งผู้ต้องการสามารถแจ้งความประสงค์ได้
อย่างไรก็ตาม ทราบว่ายังมีวัดในท้องที่ทุรกันดารอีกเป็นจำนวนมาก ที่อยู่ในสภาพกฐินตกค้าง ไม่ได้รับอานิสงส์จากการจำพรรษา ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนคณะสงฆ์ สมควรดูแลเอื้อเฟื้อให้สำเร็จลุล่วงทันตามกาลกำหนด