FootNote:บทบาท ธรรมนัส กับ “หมูเถื่อน” คือ “กระดานหก” ทางการเมือง
จังหวะก้าวทางการเมืองของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เมื่อยืนเบื้อง หน้าสถานการณ์ “หมูเถื่อน” ที่ไหลทะลักเข้ามาตั้งแต่ปี 2564 เป็นจังหวะก้าวที่มิอาจมองข้ามอย่างเด็ดขาด
จำเป็นต้องพิจารณาไปยัง “องค์ประกอบ” ของการแถลงข่าวด้วยความจริงจังและหยั่งให้เห็นถึงโครงสร้าง
การมาของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นการมาในฐานะแห่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อย่างแน่นอน เพราะมีกรมปศุสัตว์ กรมประมง เด่นชัด
แต่ความน่าสนใจก็คือมาพร้อมกับกรมศุลกากร มาพร้อมกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)มาพร้อมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน(ปปง.)
นี่คือการสนธิกำลังในนามแห่ง “ทีมเฉพาะกิจ พญานาคราช” เป็นปฏิบัติการพิเศษป้องกันและปราบปรามสินค้าปศุสัตว์และสิน ค้าประมงผิดกฎหมาย
เป็นการตั้งขึ้นโดยอาศัยพรบ.โรคระบาดและบูรณาการหลายหน่วยงานจากกระทรวงการคลัง จากองค์กรอิสระ เพื่อสนองเป้าหมายและภาระหน้าที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นความรับผิดชอบของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยตรง
เหมือนกับบทบาทนี้เป็นบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ แต่ภายในบท บาทก็สะท้อนถึงเครือข่ายและสายสัมพันธ์
เป็นเครือข่ายและสายสัมพันธ์ที่ข้ามกระทรวง ข้ามหน่วยงานแห่งองค์การอิสระ ไม่เพียงปปง. หากแต่โยงยาวไปยังป.ป.ช.
การครอบคลุมข้ามสายงานเช่นนี้จึงต้องมีบารมีของเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐมารองรับ ขณะเดียวกันก็สะท้อนให้เห็นสายสัมพันธ์พิเศษของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อย่างสำคัญ
แรกที่มีการขับเคลื่อนในเรื่อง “หมูเถื่อน” อาจจับได้ในร่องรอย ความหงุดหงิดไม่พอใจจากรัฐมนตรี “ช่วยว่าการ” จากต่างพรรคการเมือง แต่ด้วยเวลาอันสั้นปัญหานี้ก็ถูกขจัดไป
ไม่ว่าจะมาจากพรรคเพื่อไทย หรือพรรครวมไทยสร้างชาติ
เมื่อมองผ่านบทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จากกรณีหมูเถื่อนก็จะสัมผัสได้ในหลายบทบาทที่สร้างความสำคัญให้อย่าง หนักแน่นเป็นลำดับ
ไม่ว่าจะต่อกรณีของ “พีมูฟ” ไม่ว่าจะต่อกรณีของ “สมัชชาคนจน”
เป็นสายสัมพันธ์ระหว่างรัฐมนตรีต่อรัฐมนตรีอย่างแน่นอน แต่ก็เป็นสายสัมพันธ์ที่แยกไม่ออกระหว่างพรรคต่อพรรคอันเสริมสถานะแห่ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า
ไม่ว่าใน “รัฐบาล” ไม่ว่าในระหว่าง “พรรคร่วมรัฐบาล”