FootNote:โจทย์ค่าแรง กับโจทย์ค่าไฟฟ้าของแรงงาน ประสานพลังงาน
ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามต่อกรณี “อัตราค่าแรงขั้นต่ำ” ไม่ว่าจะเป็นการตั้งคำถามต่อ “อัตราค่าไฟฟ้า” ที่มีจุดเริ่มต้นตั้งแต่เดือนมกราคมเป็นต้นไป สะท้อนให้เห็นปัญหาที่ยังดำรงอยู่
เป็นปัญหาในเรื่อง “อัตราค่าแรงขั้นต่ำ” เป็นปัญหาในเรื่อง “อัตราค่าไฟฟ้า” ที่สัมพันธ์ในทางเศรษฐกิจ ชีวิตของประชาชน
ขณะเดียวกัน ก็เป็นปัญหาในทาง “การเมือง” อย่างเด่นชัด
คำว่า “การเมือง” ในที่นี้มิได้เป็นการเมืองที่สัมพันธ์กับแต่ละพรรคการเมือง ซึ่งเข้ามาประกอบส่วนกันจัดตั้งเป็น “รัฐบาลพิเศษ” ขึ้นเมื่อเดือนสิงหาคมเท่านั้น
หากแต่ยังครอบคลุมถึงความพยายามที่แต่ละพรรคการเมือง จะทำงานร่วมกันได้อย่างไร บทสรุปจึงจะเป็นเอกภาพและก้าวเดินไปบนหนทางเดียวกันได้โดยราบรื่น
เนื่องจากปัญหาอันเนื่องแต่ “อัตราค่าแรงขั้นต่ำ” อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงแรงงาน เนื่องจากปัญหาอันเนื่องแต่ “อัตราค่าไฟฟ้า” อยู่ในความรับผิดชอบของกระทรวงพลังงาน
เพียงแต่ความรับผิดชอบนี้มิได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาด หากแต่ขึ้นกับ “คณะกรรมการค่าจ้าง” ขึ้นกับ “คณะกรรมการพลังงาน”
คณะกรรมการนี้ดำรงอยู่อย่างเป็น “อิสระ” มีกฎหมายรองรับ
คำว่า “อิสระ” ของคณะกรรมการค่าจ้าง คำว่า “อิสระ” ของคณะกรรมการพลังงาน ได้กลายเป็นบททดสอบ ซึ่งดำเนินไปอย่างมีลักษณะท้าทายต่อรัฐบาล
เมื่อ “อัตราค่าแรงขั้นต่ำ” ต้องมีการทบทวน เมื่อ “อัตราค่าไฟฟ้า” ไม่เป็นไปตามความปรารถนาของรัฐบาล
จึงเท่ากับว่ารัฐบาลได้เสนอโจทย์ทางการเมืองให้กับกระทรวงแรงงาน จึงเท่ากับว่ารัฐบาลได้เสนอโจทย์ทางการเมืองให้กับกระทรวงพลังงาน
ในเมื่อกระทรวงแรงงานอยู่ในความกำกับรับผิดชอบ โดยพรรคภูมิใจไทย ในเมื่อกระทรวงพลังงานอยู่ในความกำกับรับผิดชอบโดยพรรครวมไทยสร้างชาติ
จึงมิได้เป็นคำถามต่อความเป็นอิสระของกรรมการ “อิสระ” หากแต่ยังถามต่อพรรคภูมิใจไทย ต่อพรรครวมไทยสร้างชาติด้วย
การถอนเรื่องจากคณะรัฐมนตรี การสำทับจากคณะรัฐมนตรีจึงเป็นโจทย์อันแหลมคมยิ่งต่อกระทรวงแรงงาน ต่อกระทรวงพลังงาน
และต่อคณะกรรมการค่าจ้าง คณะกรรมการพลังงาน
มีความจำเป็นที่คณะกรรมการค่าจ้างต้องทบทวน มีความจำเป็นที่คณะกรรมการพลังงานต้องทบทวน แต่ย่อมเป็นการทบ ทวนบนรากฐานแห่งความเป็นอิสระ
ความเป็นอิสระในข้อเรียกร้องอันมาจากกระทรวงแรงงาน ข้อเรียกร้องอันมาจากกระทรวงพลังงาน