FootNote:ข่าวลือการปรับ “รัฐมนตรี” กับ จุดแข็ง จุดเด่น เพื่อไทย
แม้จะยืนยันว่าไม่มีข่าวการเปลี่ยนตัวนายกรัฐมนตรีในระยะเวลานี้ ตามที่มีการลืออย่างมีเป้าหมายซ่อนเร้น แต่ท่าทีหนึ่งซึ่งมีความชัดเจนจาก นายภูมิธรรม เวชยชัย
คือ การมิได้ยืนยันอย่างหนักแน่นและจริงจังว่าจะไม่มีการปรับเปลี่ยน “รัฐมนตรี” เลย
ต้องยอมรับว่าเสียงลือที่กระหึ่มขึ้นตั้งแต่หลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล เมื่อเดือนกันยายน 2566 เป็นต้นมา สะท้อนความขัดแย้งที่ซ่อนแฝงอยู่ภายในการต่อสู้ในทางการเมือง
ตามความเคยชินอาจมองและเห็นว่าน่าจะมาจากการประเมินและดำเนินการของพรรคฝ่ายค้าน แต่หากจังหวะแต่ละการเคลื่อนไหวหลังเดือนสิงหาคม 2566 ก็จะเห็นร่องรอย
เป็นร่องรอยอันเนื่องแต่การเข้ามาของ นายทักษิณ ชินวัตร เป็นร่องรอยอันเนื่องจากความหงุดหงิดตลอด 120 วัน ของคนบนชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ
ยิ่งเห็นชัยชนะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร เพิ่งได้มาจากกรณีการย้าย นายถวิล เปลี่ยนศรี ยิ่งก่อให้เกิดความหงุดหงิดและงัดเอาอาวุธอย่างที่เรียกว่า “วิชาก้นหีบ” มาใช้
ไม่ว่าจะเป็น “พันธมิตร” ไม่ว่าจะเป็น “กปปส.”
หากติดตามบทบาทของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปนั่งอยู่ในคณะกรรมการ “ซอฟต์พาวเวอร์” ไม่ว่าจะเป็นการเข้าไปนั่งอยู่ในคณะกรรมการ “สุขภาพแห่งชาติ”
ก็จะได้คำตอบว่าแทบไม่มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมีการเปลี่ยนตัว “นายกรัฐมนตรี”
ยิ่งเห็นความคึกคักในการประสาน “ซอฟต์พาวเวอร์” เข้ากับความสำเร็จของ “โอท็อป” ตั้งแต่รัฐบาลพรรคไทยรักไทย ก็จะเข้าใจในปม 1 หมู่บ้าน 1 โอท็อป และ 1 หมู่บ้าน 1 ซอฟต์พาวเวอร์
พลันที่ประกาศจะจัดเทศกาลมหาสงกรานต์ จากให้กลายเป็นการจัดงานทั่วประเทศตลอดทั้งเดือนเมษายน ก็จะตระหนักในความโอ่อ่า อลังการ
การประชุมร่วมระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร กับ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่กระทรวงมหาดไทย คือคำตอบต่อทุกคำถาม
พรรคเพื่อไทยยังอยู่ในสถานะ “รุก” ทางการเมืองต่อเนื่อง
เวทีในการร่างพรบ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 เป็นอีกพื้นที่หนึ่งในการทดสอบรัฐบาล ทดสอบความแข็งแกร่งของพรรคเพื่อไทย
ณ เบื้องหน้า ความพยายาม “รุก” จากพรรคก้าวไกล
เมื่ออาวุธของพรรคก้าวไกลคือการสร้างสรรค์ อาวุธของพรรคเพื่อไทยก็แทบไม่แตกต่างกัน นั่นก็คือยึดกุมการเมืองอย่างสร้างสรรค์เป็นอาวุธ
กระสวนการเมืองเช่นนี้ล้วนเป็นคุณกับประชาชน ล้วนเป็นเรื่องน่ายินดี