การเมืองนับหนึ่งเข้าสู่วาระการเลือกสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.ชุดใหม่ 200 คน ตามบทบัญญัติรัฐธรรมนูญ 2560 และพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ลงนามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สว. 2567 เมื่อวันที่ 5 ก.พ.ที่ผ่านมา ทั้งสิ้น 9 หมวด 172 ข้อ

เพื่อทดแทน สว.แต่งตั้งชุดพิเศษ 250 คน ปัจจุบันที่ใกล้หมดวาระ 5 ปีในเดือนพ.ค.ที่จะถึงนี้ โดยมีประเด็นแตกต่างสำคัญคือ สว.ชุดใหม่ 200 คน จะเป็น สว.ตามบทหลักภายใต้รัฐธรรมนูญ 2560 เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ในฐานะสภาสูง

โดยไม่มีอำนาจเลือกนายกรัฐมนตรี ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สส. จำนวน 500 คนที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน เหมือนกับ สว.ชุดแต่งตั้งตามบทเฉพาะกาล ที่กำลังจะหมดวาระ

รัฐธรรมนูญมาตรา 107 กำหนดให้การได้มาซึ่ง 200 สว. มาจากการแบ่งกลุ่มแล้วเลือกกันเองของบุคคลซึ่งมีความรู้ ความเชี่ยวชาญ ประสบการณ์ อาชีพ ลักษณะ หรือประโยชน์ร่วมกัน หรือทำงาน หรือเคยทำงานด้านต่างๆ ที่หลากหลายของสังคม

ในระเบียบ กกต.แบ่งกลุ่มผู้สมัครเป็น 20 กลุ่ม จากกลุ่มอาชีพต่างๆ ตามมาตรา 11 พ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว. และยึดโยงกับรัฐธรรมนูญ

ที่กำหนดให้การแบ่งกลุ่มต้องแบ่งในลักษณะทำให้ประชาชนซึ่งมีสิทธิ์สมัครรับเลือกทุกคนสามารถอยู่ในกลุ่มหนึ่งได้ โดยผู้สมัครต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น ไม่เป็นข้าราชการ ไม่เป็นสมาชิกพรรคการเมือง เป็นต้น

ส่วนการเลือกกันเองของผู้สมัครให้ดำเนินการตั้งแต่ระดับอำเภอ ระดับจังหวัด และระดับประเทศ

เมื่อผู้สมัครคุณสมบัติผ่าน จะเข้าสู่กระบวนการเลือกกันเองภายใน 20 กลุ่ม ทุกกลุ่มจะเลือกกันเองตั้งแต่ในระดับอำเภอ เมื่อได้ตัวแทนระดับอำเภอก็ไปคัดเลือกกันเองต่อในระดับจังหวัด และระดับประเทศ

เมื่อผ่านการคัดเลือกทั้ง 3 ระดับ ผู้ได้คะแนนเลือกสูงสุด 10 อันดับแรกของทั้ง 20 กลุ่ม รวม 200 คน จะเป็นตัวจริงที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งเป็น สว.

ถึงกระนั้นก็ตาม การได้มาซึ่ง สว. ด้วยวิธีเลือกกันเองในกลุ่มผู้สมัครนี้ ก็ยังมีคำถามว่าจะยึดโยงกับเสียงประชาชนมากน้อยเพียงใด ไปจนถึงการซื้อเสียงอาจทำได้ง่ายหรือไม่ เพราะจำนวนคนผู้มีสิทธิ์เลือกมีขนาดเล็กลง

ซึ่งไม่เฉพาะ กกต.เท่านั้น ประชาชนทุกคนถึงจะไม่สิทธิ์เลือกโดยตรงแต่ก็ต้องช่วยกันจับตา เพื่อให้การได้มาซึ่ง สว.ชุดใหม่ เป็นไปอย่างสุจริตเที่ยงธรรมมากที่สุด

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน