นับเป็นเวลาเกิน 10 วันแล้ว ที่ขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือพีมูฟ ปักหลักชุมนุมโดยรอบพื้นที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อทวงถามความคืบหน้าการแก้ปัญหาความเดือดร้อน
โดยมี 10 ปัญหาหลักในเชิงนโยบาย ครอบคลุมตั้งแต่ด้านสิทธิเสรีภาพ ประชาธิปไตย การกระจายอำนาจ การปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม การกระจายถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม
การจัดการทรัพยากรธรรมชาติ การจัดการภัยพิบัติ การคุ้มครองกลุ่มชาติพันธุ์ การแก้ไขปัญหาสิทธิและสถานะบุคคล ผลักดันรัฐสวัสดิการ ตลอดจนแก้ปัญหาที่อยู่อาศัย และสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน
โดยข้อเรียกร้องเชิงนโยบายเหล่านี้ล้วนเกี่ยวกับชีวิตของประชาชนทุกคนในประเทศ
สำหรับพีมูฟเป็นการรวมตัวของเครือข่ายภาคประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน และได้รับความเสียหายโครงการพัฒนาของรัฐที่ผิดพลาด ก่อให้เกิดผลกระทบต่อการดำรงชีพ
เช่น โครงการก่อสร้างเขื่อนเก็บกักน้ำ การประกาศพื้นที่ป่าทับซ้อนกับที่ดินทำกิน ที่อยู่พักอาศัย การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การถือครองที่ดินอย่างไม่เป็นธรรม
ตลอดจนการออกกฎหมายเกี่ยวกับป่าไม้และสัตว์ป่า ซึ่งก่อผลกระทบต่อกลุ่มชาวบ้านที่อาศัยอยู่มาก่อน โดยเฉพาะกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ได้รับผลกระทบ ไม่ได้รับการคุ้มครอง
นอกจากความเดือดร้อนในการดำรงวิถีชีวิตแล้ว ชาวบ้านอีกไม่น้อยยังถูกเจ้าหน้าที่รัฐจับกุมดำเนินคดี
ก่อนหน้านี้เมื่อเดือนก.ย.-ต.ค.2566 กลุ่มพีมูฟเคยเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาล นำปัญหาและข้อเรียกร้องต่างๆ ยื่นเสนอเพื่อนำไปสู่การแก้ไข
ต่อมารัฐบาลแต่งตั้งบุคคลระดับรองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหา รวมถึงตั้งคณะอนุกรรมการในแต่ละปัญหา พร้อมทั้งมีมติครม.เมื่อวันที่ 10 ต.ค. และ 16 ต.ค.2566 ยืนยันจะดำเนินการตามที่รับปากไว้
แต่ขณะนี้ผ่านมากว่า 3 เดือน การแก้ปัญหายังไม่คืบหน้า คณะอนุกรรมการชุดต่างๆ ไม่ขับเคลื่อนเท่าที่ควร ขณะที่ฝ่ายชาวบ้านยังเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะกรณีปัญหาเร่งด่วนด้านที่ดินทำกิน ยังถูกเจ้าหน้าที่ขับไล่ และดำเนินคดี
จึงนำมาสู่การชุมนุมที่ทำเนียบอีกครั้ง เพื่อทวงถามข้อเรียกร้อง และความคืบหน้าในการแก้ปัญหา โดยหวังว่ารัฐบาลจะปฏิบัติตามที่สัญญาไว้ เพราะหากทอดเวลาออกไป ความเดือดร้อนชาวบ้านจะรุนแรงมากขึ้น