ในห้วงเดือนก.พ. เกิดเหตุการณ์ความรุนแรงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อเนื่องหลายครั้ง เริ่มจากดักยิงตำรวจเสียชีวิต และวางระเบิดที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส
ถัดมาคนร้ายวางระเบิดถล่มรถเจ้าหน้าที่กองอาสารักษาดินแดน (อส.) ที่อ.จะแนะ จ.นราธิวาส อส.เสียชีวิต 2 นาย และบาดเจ็บสาหัส 3 นาย
ล่าสุดวันที่ 19 ก.พ. คนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ 3 คัน ประกบยิงอส.ขณะปฏิบัติหน้าที่คุ้มครองครูที่อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เสียชีวิต 2 นาย พร้อมกับพ่นสีข้อความสัญลักษณ์
เช่นเดียวกับที่จ.ปัตตานี คนร้ายยิงชาวบ้านเสียชีวิตที่อ.ไม้แก่น และอ.ยะหริ่ง รวมถึง ความพยายามวางระเบิดเจ้าหน้าที่ในอ.สายบุรี ทั้งหลายเหล่านี้ไม่เป็นผลดีต่อกระบวนการสร้างสันติภาพ
โดยเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นหลังการพูดคุยสันติสุข ระหว่างคณะผู้แทนรัฐบาลไทยกับฝ่ายขบวนการบีอาร์เอ็น ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้อำนวยความสะดวก เมื่อวันที่ 6-7 ก.พ.ที่ผ่านมา
ผลการพูดคุย 2 ฝ่ายเห็นชอบหลักการแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อสันติสุขแบบองค์รวม ที่จะรับรองอย่างเป็นทางการในโอกาสต่อไป รวมทั้งมีความพร้อมที่จะสร้างสภาวะแวดล้อมเกื้อหนุนต่อการสร้างสันติสุข
โดยหัวหน้าคณะพูดคุยฝ่ายรัฐบาลไทยซึ่งเป็นพลเรือน ถึงกับระบุว่าหากเป็นไปตามแผนที่วางไว้ ทั้ง 2 ฝ่ายจะลงนามข้อตกลงหยุดยิง เพื่อสร้างสันติสุขในช่วงเดือนธ.ค.2567
การพูดคุยสันติสุขครั้งต่อไปจะมีขึ้นในปลายเดือนก.พ. และต้นเดือนมี.ค.2567
ท่ามกลางการพูดคุยสันติสุขที่กำลังดำเนินไปด้วยดี แต่กลับเกิดเหตุความรุนแรงขึ้นตามมา สูญเสียเจ้าหน้าที่ และสะเทือนขวัญประชาชน แสดงว่าการพูดคุยระหว่างกันยังมีความบกพร่อง หรือยังไม่เข้าใจอะไรกันหรือไม่
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงนี้ใกล้เดือนรอมฎอน ในเดือนมี.ค. เป็นช่วงถือศีลอดของประชาชนในพื้นที่ และถือเป็นเดือนแห่งสันติสุข ถือเป็นการบ้านของรัฐบาล และคณะพูดคุยจะทำอย่างไรเพื่อให้การ ก่อเหตุรุนแรงลดน้อยลง
ดังนั้น การพูดคุยที่จะมีขึ้นในปลายเดือนก.พ. และต้นเดือนมี.ค. คาดหวังว่าทั้ง 2 ฝ่ายจะมีแผนปฏิบัติการเพื่อสันติสุขร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น
ที่สำคัญต้องยึดมั่นในหลักการเมืองนำการทหาร สร้างบรรยากาศที่ดีเกื้อหนุนต่อกระบวนการสร้างสันติภาพ