จากการที่คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณรายจ่ายปี 2567 จำนวน 3.48 ล้านล้านบาท เสร็จเร็วขึ้นกว่าเดิม 3 สัปดาห์ จึงคาดหมายได้ว่ารัฐบาลชุดนี้จะใช้งบประมาณได้เร็วขึ้นในเดือนเมษายน
หลังจากล่าช้ามาจากการตั้งรัฐบาลผสมหลังการเลือกตั้งเดือนพฤษภาคมปีก่อน
ครึ่งปีที่ผ่านมา รัฐบาลใหม่ไม่มีงบประมาณให้ใช้ และยังไม่สามารถเติมเงินในระบบเศรษฐกิจด้วยนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต
ความพยายามที่ประคองสภาพการณ์ที่เห็นชัดคือ การบริหารโดยไม่พึ่งพางบประมาณเพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้ขยายตัวด้วยการท่องเที่ยวและการส่งออก
รวมถึงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบของประชาชนให้เป็นวาระแห่งชาติ
ตัวเลขเศรษฐกิจที่สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ระบุถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปี 2566 ไม่ถึง 2% และประเมินแนวโน้มในปี 2567 ต่ำสุดอยู่ที่ 2.2% สะท้อนถึงการขยับขยายได้อย่างยากลำบาก
แม้ว่าเงินที่รัฐบาลใหม่จะเริ่มต้นใช้จ่ายได้ในไตรมาสสองของปีนี้น่าจะช่วยการบริหารได้มากขึ้น รวมถึงการลดอุปสรรคด้านกฎเกณฑ์และกฎระเบียบด้านการคลัง ซึ่งถ้าทำได้เร็วจะช่วยผลักดันเศรษฐกิจให้เดินหน้าไปได้ดีขึ้น
แต่การพึ่งพานโยบายการเงินที่ยังอยู่ในการควบคุมของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ ยังมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อเศรษฐกิจของประเทศ
แม้ว่า ธปท.ทำงานและตัดสินใจโดยเป็นอิสระจากรัฐบาล แต่ไม่ควรแยกตัวห่างจากความเดือดร้อนของประชาชน
การคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอยู่ที่ 2.5% เท่ากับซ้ำเติมหรือช่วยประชาชน เป็นเรื่องที่ผู้บริหารธปท. ควรต้องหาคำตอบให้ได้ยิ่งกว่าคำยืนกรานว่า เศรษฐกิจของประเทศยังไม่วิกฤต
ดอกเบี้ยค้างจ่ายของประชาชนมีส่วนทำให้หนี้ครัวเรือนสูงขึ้นหรือไม่ เป็นอีกคำถามที่ต้องการคำตอบมากกว่าคำอธิบายว่า ธปท.เป็นเพียงผู้รักษาประตู ไม่ใช่กองหน้าผู้ทำหน้าที่เปิดเกมรุกเศรษฐกิจ
สำหรับผู้ชื่นชอบชมกีฬาฟุตบอล คงเคยเห็นเกมที่กองหน้าพังประตูคู่แข่งได้หลายลูก แต่ไม่ได้รับชัยชนะเมื่อเกมจบมาแล้ว เพราะผู้รักษาประตูไม่เก่งอ่านเกม หรือขยับช้าจนทำให้ทีมเสียประตูอย่าง ไม่น่าเสีย
หากจะเปรียบเทียบกับการบริหารเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญคือต้องไม่แยกเล่นโดยอิสระเพียงลำพัง ตัดขาดจากเพื่อนร่วมทีม และต้องเล่นเพื่อแฟนบอลในสนามอีกด้วย