ต่อร่างประกาศคณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เรื่อง หลักเกณฑ์วิธีการและเงื่อนไขเกี่ยวกับบรรจุภัณฑ์ฉลาก พร้อมทั้งข้อความคำเตือนสำหรับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ที่ผลิตหรือนำเข้า
ตามที่กรมควบคุมโรคเปิดให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องแสดงความคิดเห็นต่อร่างประกาศฯ ดังกล่าวตั้งแต่วันที่ 12 ถึง 29 ก.พ.ที่ผ่านมา
ใจความสำคัญของร่าง กำหนดให้มีข้อความคำเตือนถึงโทษและพิษภัยเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พร้อมภาพประกอบ 4 สี 9 แบบที่มีความน่ากลัว
ลงบนพื้นที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30 หรือร้อยละ 50 ของพื้นผิวภาชนะ หีบห่อบรรจุภัณฑ์ อาทิ ขวด กระป๋อง ของเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิดทุกประเภท ในลักษณะเช่นเดียวกับกรณีบรรจุภัณฑ์ยาสูบ หรือซองบุหรี่
เสียงคัดค้านไม่เพียงดังจากเครือข่ายผู้ประกอบธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แต่ยังมาจากพรรคแกนนำรัฐบาลและฝ่ายค้าน
ที่เห็นตรงกันว่าเป็นมาตรการไม่สอดคล้องนโยบายรัฐบาลในการผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ด้านท่องเที่ยวและอาหาร
มีการยกตัวอย่างไวน์ฉลากไทยซึ่งถูกนำไปเสิร์ฟให้ผู้นำในการประชุมเอเปค 2022 หากมีภาพน่ากลัวแปะติดอยู่บนขวด บรรยากาศจะเป็นอย่างไร ในมุมกลับหากเป็นไวน์ฉลากต่างประเทศ เจ้าของก็คงไม่ยอมให้ไทยนำเข้า เพราะกลัวเสียภาพลักษณ์สินค้า
มาตรการดังกล่าวเป็นการจำกัดเสรีภาพของผู้ประกอบธุรกิจและผู้บริโภค จนสุดท้ายทุกอย่างต้องไปจบลงที่เหล้าไวน์หนีภาษีหรือไม่ เป็นคำถามที่คณะกรรมการควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกรมควบคุมโรค ต้องเป็นผู้ให้คำตอบ
แม้ผู้รับผิดชอบจะยืนยัน ร่างดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนเปิดรับฟังความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง ยังไม่มีการส่งให้รัฐมนตรีสาธารณสุข ลงนามบังคับใช้แต่อย่างใด
แต่ถึงกระนั้นเสียงผู้ประกอบการเครือข่ายธุรกิจและประชาชนผู้บริโภค เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่ผู้ออกระเบียบปฏิบัติต้องรับฟัง นำไปวิเคราะห์ไตร่ตรองรอบคอบรอบด้าน ว่าประชาชนสามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่ ก่อผลได้ผลเสียอย่างไร
การป้องกันการเข้าถึงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเด็กและเยาวชน เป็นเจตนาที่ดี แต่การคุ้มครองผู้ประกอบการ การคุ้มครองสิทธิผู้บริโภค ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ต้องคำนึงถึง
แนวทางที่ถูกต้องคือ หลักเกณฑ์บังคับใช้ต้องอยู่ภายใต้จุดสมดุลที่เหมาะสม ไม่สุดโต่งเกินไป จนกลายเป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพประชาชน