FootNote:ความตื่นตัว ภาค “ประชาชน” ณ การคัดสรร สมาชิกวุฒิสภา
การหมดวาระของ “สมาชิกวุฒิสภา” ชุดที่มาพร้อมกับการเลือกตั้งสส.อย่างเป็นการทั่วไป เมื่อเดือนมีนาคม 2562 ในเดือนพฤษภาคม 2567 นำไปสู่ประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในทางการเมือง
แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะกำหนดให้เป็น “การเลือกสรร” แต่ภายในกระบวนการเลือกสรร ก็ดำรงอยู่บนฐานแห่ง “การเลือกตั้ง”
เพียงแต่หากต้องการเลือกตั้งก็จำเป็นต้องเป็น “ผู้สมัคร”
ขณะเดียวกัน เมื่อคำนึงถึงบทบาทและความหมายในการดำรงอยู่ของ “สมาชิกวุฒิสภา” ที่ไม่เพียงแต่มีส่วนในการกรองกฎหมายจากสภาผู้แทนราษฎร
หากแต่มีส่วนอย่างสำคัญในการประกอบสร้างคณะกรรมการองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็นศาลรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าจะเป็นป.ป.ช. ไม่ว่าจะเป็นกกต. ไม่ว่าจะเป็นผู้ตรวจการแผ่นดิน
ย่อมทำให้สถานะของ “สมาชิกวุฒิสภา” ในการขับเคลื่อนและก่อความเปลี่ยนแปลงในทางการเมือง มีความสูงเด่นและได้รับความสนใจเป็นอย่างสูงภายในความซับซ้อนของกระบวนการ
โดยเฉพาะเมื่อศึกษาบทเรียนจากการเลือกตั้ง #บอร์ดประกันสังคมมาแล้วว่าดำเนินไปอย่างไร
การเลือกสรร “สมาชิกวุฒิสภา” จึงมากด้วยความเร้าใจ
เนื่องจากกฎกติกาที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญกำหนดว่า ผู้สมัครเพื่อเข้ารับการคัดสรรเป็น “สมาชิกวุฒิสภา” ต้องไม่สังกัดพรรคการเมือง แต่ละพรรคการเมืองจึงไม่แสดงบทบาทให้ปรากฏ
กระนั้น ก็มีความเชื่อกันว่าทุกพรรคการเมืองล้วนให้ความสนใจ เพียงแต่เป็นความสนใจอย่างมิได้ป่าวประกาศออกโดยตรง
เท่าที่เห็นจึงเป็นการเคลื่อนไหวอย่างเอกเทศของผู้สนใจในกระบวนความเป็นไปทางการเมือง เป็นการเคลื่อนไหวของภาคประชาชนที่ต้องการเข้าให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม
ขณะเดียวกัน ก็มีการขยับของคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ สภาผู้แทนราษฎร ในการให้ข้อมูลตามข้อกำหนดของรัฐธรรมนูญเพื่อกระตุ้นเร้าประชาชนให้เข้าไปมีส่วนร่วม
ยิ่งเข้าใกล้เดือนพฤษภาคม บรรยากาศแห่งการเข้าร่วมในการคัดสรร “สมาชิกวุฒิสภา” ยิ่งมีความคึกคัก
แม้ว่ารัฐธรรมนูญจะกำหนดว่ามีแต่ “ผู้สมัคร” เข้ารับการคัดสรรเท่านั้นจึงจะมีส่วนในการเลือกตั้งและคัดสรรกันเอง
แต่เชื่อได้เลยว่าการเข้าไปมีส่วนร่วมของสังคมจะมีบทบาท
โดยพื้นฐานก็คือ การเข้าไปมีส่วนร่วมโดยการลงสมัครเข้ารับ การคัดสรร ขณะเดียวกันสังคมยังมีส่วนอย่างสำคัญในการให้ข้อมูลอันสัมพันธ์โดยตรงกับกระบวนการเลือกสรร
นี่คือการเข้าปฏิสัมพันธ์และเป็นคุณต่อ “สมาชิกวุฒิสภา”