FootNote ปรากฏการณ์ #ฝรั่งเตะหมอ จากหาดยามู แผ่สู่ หาดหัวหิน
สถานการณ์อันเนื่องแต่ #ฝรั่งเตะหมอ กำลังก่อผลสะเทือนอย่างลึกซึ้งและกว้างขวางเป็นลำดับ ไม่ว่าจะมองในด้านความคิด ไม่ว่าจะมองในด้านการเมือง
กล่าวเฉพาะที่จังหวัดภูเก็ต เห็นได้จากการทวงคืนพื้นที่หาดทราย จากหาดยามู ไปยังหาดหงา
เป็นสำนึกตื่นตัวในหมู่ “ชาวบ้าน” และก่อ “การเคลื่อนไหว”
สำนึกในลักษณาการเดียวกันที่กำลังก่อและขยายตัวในพื้นที่ของจังหวัดภูเก็ต ได้กระตุกและกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหว เรียกร้องในพื้นที่อื่น จังหวัดอื่น
ตัวอย่างที่กำลังได้รับความสนใจก็คือ คำถามจากชาวประจวบคีรีขันธ์ ต่อการรุกล้ำชายหาดหัวหินในพื้นที่สะพานปลา ไปยังเจ้าแม่ศาลทับทิม
ข้อมูลโดยพื้นฐานที่เผยแพร่ผ่านสื่อออนไลน์ยืนยันอย่างหนักแน่นและจริงจังว่า มีการบุกรุกอย่างต่อเนื่องและยาวนานมามากกว่า 30 ปีแล้ว
มาพร้อมกับคำถามอันแหลมคม “เบาะแสมีแล้ว ชาวหัวหินใจถึงไหม-รวมใจกันด่วน”
เป็นคำถามจาก “ชาวบ้าน” ถามถึง “ผู้ทรงอิทธิพล”
ประเด็นอันดำรงอยู่เบื้องหลังสถานการณ์ #ฝรั่งเตะหมอ ประเด็นอันดำรงอยู่เบื้องหลังสถานการณ์ #สุขุมวิท11 เหมือนกับจะเป็นคนละเรื่อง คนละสถานการณ์
นั่นก็คือ #ฝรั่งเตะหมอ เป็นเรื่องของผู้ทรงอิทธิพลชาวสวิส นั่นก็คือ #สุขุมวิท11 มาจากความขัดแย้งของ “ทราน”
จากสถานการณ์เมื่อลงลึกไปยังแต่ละรายละเอียดก็สามารถโยงความสัมพันธ์ไปยัง “กลุ่มอำนาจ กลุ่มอิทธิพล” อันก่อให้เกิดการวางอำนาจ การไม่เคารพกฎหมาย
กระทู้ถามจากสส.ภูเก็ต พรรคก้าวไกล ถึงนายกรัฐมนตรีจึงเป็นการขยายความรับรู้ความเข้าใจไปสู่ “ความเป็นจริง” อันน่าขยะแขยงที่ดำรงอยู่เป็นมูลฐานแห่ง #ฝรั่งเตะหมอ และ #สุขุมวิท11
นั่นก็คือ การเข้ามาของต่างชาติ การแอบอิงอยู่กับธุรกิจสีเทา การแสวงหาอิทธิพลและนำเอาอิทธิพลนั้นมาคุ้มครองธุรกิจ
คำถามก็คือ ใครมีส่วนหนุนทุนสีเทา ธุรกิจสีเทา
คำตอบของรองนายกรัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีอาจไม่สามารถเข้าถึงแก่นแท้แห่งความเป็นจริง
แต่ในความไม่สามารถนั้นเองคือความเป็นจริงแห่ง “อิทธิพล”
เป็นอิทธิพลอันก่อให้เกิดการละเมิดไม่ว่าจะเป็นที่ภูเก็ต ไม่ว่าจะเป็นที่สุขุมวิท 11 เป็นสภาพที่รับรู้กันอย่างกว้างขวางในสังคมไทย แต่มิได้มีการยอมรับอย่างเป็นทางการ
การเคลื่อนไหวทวงคืนหาดยามู หาดหงา และกะทั่งหาดหัวหิน คือผลสะเทือนที่กำลังแพร่ขยายในลักษณะทั่วประเทศ