น่าเป็นห่วงและสลดใจกับเหตุการณ์พลทหารกองประจำการเสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บสาหัสเกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน ในพื้นที่กองทัพภาคที่ 1
รายแรกเป็นพลลูกมือ กองพันบริการ สังกัดกรมการทหารช่าง ค่ายภาณุรังษี จ.ราชบุรี ก่ออัตวินิบาตกรรมจบชีวิตตนเองทั้งที่ใกล้ปลดประจำการ
รายที่สอง เป็นพลทหารสังกัดกองพันสารวัตรทหารที่ 12 ค่ายจักรพงษ์ จ.ปราจีนบุรี ก่อเหตุกระโดดลงจากโรงนอนชั้น 2 ลงมาได้รับบาดเจ็บสาหัส
รายแรกสรุปเบื้องต้นว่าป่วยซึมเศร้าและขาดยา รายหลังมีหลักฐานว่าเกิดจากความกดดันและถูกกดขี่ ซึ่งทั้งหมดนี้กองทัพต้องสอบสวนและมีข้อสรุปอย่างเป็นธรรม
ด้วยความห่วงใยสวัสดิภาพ ปราศจากการซ้อมทรมาน ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพลทหารใหม่และพลทหารกองประจำการทั้งมวล
คณะกรรมาธิการการทหาร สภาผู้แทนราษฎร จึงจัดทำโครงการพลทหารปลอดภัย เปิดช่องทางร้องทุกข์สำหรับพลทหารและครอบครัวขึ้น เริ่มในเดือนเมษายนนี้
เบื้องต้นคณะกรรมาธิการได้เข้าหารือกับรมว.กลาโหม เพื่อหามาตรการป้องกันและระงับยับยั้งไม่ให้เกิดการทำร้ายพลทหารในหน่วยทหาร
โดยเฉพาะการกระทำที่เข้าลักษณะเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ.2565 ซึ่งเป็นความผิดทางอาญา
การแสวงหาความร่วมมือกับกระทรวงกลาโหมและเหล่าทัพ แก้ไขปัญหาพลทหารบาดเจ็บหรือเสียชีวิต ได้รับความไม่ยุติธรรม ถูกลงโทษที่เสี่ยงต่อเสียชีวิต หรือรู้สึกไม่ปลอดภัย เป็นเรื่องถูกต้อง
ดังนั้น ช่วงการตรวจเลือกพลทหารกองประจำการ ซึ่งจะมีขึ้นตลอดทั้งเมษายนนี้ และจะเรียกทหารใหม่ผลัดแรกรายงานตัวเข้ากรมกองเดือนพฤษภาคมนี้ จึงมีความสำคัญ
หวังว่าเหล่าทัพจะเปิดกว้าง ให้สภาผู้แทนราษฎรได้มีส่วนร่วมดูแลแก้ปัญหาดังกล่าวที่เกิดขึ้นซ้ำซาก เพื่อทหารใหม่ในปีนี้ได้รับความปลอดภัย ทั้งจากการฝึกและสภาพความเป็นอยู่
เหนือสิ่งอื่นใด ชายไทยที่เป็นพลทหารกองประจำการ จะได้รับการคุ้มครองอย่างจริงจัง ปราศจากการลงโทษที่เกินกว่าเหตุ และไม่เป็นไปตามวินัยทหาร จนกระทั่งกลายเป็นอาชญากรรม