FootNote:แรงกระแทก ประชาธิปัตย์ หลังญัตติอภิปรายทั่วไป
AFTERSHOCK จากการอภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติในระหว่างวันที่ 3-4 เมษายน ต่อพรรคประชาธิปัตย์ มีความรุนแรงเป็นอย่างสูงในทางการเมือง
ทั้งที่เป็นการเมืองในเชิง “กายภาพ” และทั้งที่เป็นการเมืองในเชิง “ความคิด”
กระทบทั้งตัว “บุคคล” กระทบทั้งความเป็น “สถาบัน”
ไม่ว่าจะมองผ่านแรงกระแทกต่อ นายชวน หลีกภัย ไม่ว่าจะมองผ่านแรงกระแทกต่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ไม่ว่าจะมองผ่านแรงกระแทกต่อสถานะแห่ง “พรรคประชาธิปัตย์”
โดยเฉพาะการตั้งข้อสังเกตต่อท่าทีและการเคลื่อนไหว อันมาจากพรรคประชาธิปัตย์ ที่ด้านหนึ่งแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดรุนแรงต่อรัฐบาลต่อพรรคเพื่อไทย
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่งก็ส่งคนเข้าไปติดต่อกับแต่ละระดับภายในรัฐบาล แสดงความปรารถนาที่จะเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของรัฐบาลหากมีการปรับครม.เกิดขึ้น
เท่ากับชี้ว่าท่าทีของ นายชวน หลีกภัย ท่าทีของ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง ที่ดำรงอยู่ของพรรคประชาธิปัตย์
เท่ากับสรุปว่าพรรคประชาธิปัตย์เล่นบทหน้าอย่างหลังอีกอย่าง
การสวนกลับจากรัฐบาลไปยังพรรคประชาธิปัตย์โดยยึดกุมตัวของ นายชวน หลีกภัย และ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็นตัวแทน จึงมากด้วยความลึกซึ้ง เลือดเย็น
ลึกซึ้งต่อความเป็นจริงของพรรคประชาธิปัตย์ เลือดเย็นต่อสถานะของ นายชวน หลีกภัย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายชวน หลีกภัย เคยเป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เพิ่งพ้นไปจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายชวน หลีกภัย แสดงบทเป็นนักประชาธิปไตย อย่าลืมเป็นอันขาดว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เคยเล่นบทต่อต้านรัฐประหาร
แต่หลังการเลือกตั้งพรรคประชาธิปัตย์ก็ขานชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกรัฐมนตรี
และนายชวน หลีกภัย ก็ทำหน้าที่ประธานรัฐสภา
การระบุว่าพรรคประชาธิปัตย์ด้านหนึ่งส่งคนมาโจมตีรัฐบาล แต่ด้านหนึ่งมีการวิ่งเต้นเพื่อเข้าร่วมรัฐบาลจึงมิได้เป็นเรื่องใหม่
เกิดตั้งแต่ยุค “ประชาธิปไตยกึ่งใบ” กระทั่งหลัง “รัฐประหาร”
การสวนกลับ นายชวน หลีกภัย การวิพากษ์ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ จึงเสมอเป็นเพียงเอา “ความเป็นจริง” ที่มิได้เป็นความลับอะไรเลยของพรรคประชาธิปัตย์ออกมาแผ่แบ
คำถามมิได้อยู่ที่ท่าทีของรัฐบาล หากแต่อยู่ที่ท่าทีและความเป็นจริงของพรรคประชาธิปัตย์มากกว่า
