สร้างความตื่นตระหนกในวงกว้าง กรณีพบว่าบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดตาก ขายวัตถุอันตรายกากแร่สังกะสีและกากแร่แคดเมียมให้บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดสมุทรสาคร
น่ายินดีที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งส่วนท้องถิ่นและส่วนกลางต่างกระตือรือร้นเข้าไปตรวจสอบ สอบสวนและวางมาตรการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น
เนื่องจากอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนส่วนรวม เพราะกากแร่ดังกล่าวมีพิษส่งผลอันตรายต่อสุขภาพ เนื่องจากเป็นสารก่อให้เกิดมะเร็งในร่างกายได้ด้วย
ขณะที่กรมการแพทย์ก็มีความตระหนักและห่วงใย มอบหมายและสั่งการให้หน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ให้ข้อมูลสำหรับดูแลสุขภาพที่ถูกต้องแก่ประชาชนทันที
สารแคดเมียมสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทางจมูก โดยการหายใจเอาควันหรือฝุ่นของกากแร่นี้เข้าไป โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานในเหมืองหรือโรงงานอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ยังเข้าสู่ทางปาก จากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อน เช่น ข้าวที่ปลูกบนดินที่มีการปนเปื้อนของแคดเมียม สัตว์น้ำที่อาศัยอยู่ในแหล่งน้ำที่มีปนเปื้อน เนื้อหรือนมจากวัวที่กินหญ้าที่ปนเปื้อน
นพ.เกรียงไกร นามไธสง ผอ.โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ระบุว่าสารแคดเมียมมีพิษต่อไต ทำให้เกิดการอักเสบจนสูญเสียการทำงาน ถ้าสะสมมากๆ อาจทำให้ไตวายเรื้อรังได้
นอกจากนี้ ยังมีพิษต่อกระดูกเนื่องจากแคดเมียมเข้าไปสะสมและเป็นสาเหตุทำให้กระดูกพรุน มีอาการปวดรุนแรง ซึ่งเป็นอาการโรคอิไตอิไตดังที่เคยเกิดในประเทศญี่ปุ่น
แร่แคดเมียมยังมีสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งได้ด้วย เช่น มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมากอีกทั้ง มีส่วนทำให้เกิดโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหัวใจด้วย
สำหรับการป้องกันนั้น ขอให้หลีกเลี่ยงอาหารและผลิตในพื้นที่ที่ปนเปื้อนของแคดเมียมในปริมาณสูง ไม่สูบบุหรี่ และเลี่ยงการเข้าไปอยู่ในบริเวณกลุ่มผู้ที่สูบบุหรี่
สำหรับกรณีที่พบสารแคดเมียมในปริมาณมากในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครครั้งนี้ จะต้องสอบสวนให้ปรากฏข้อเท็จจริงว่ามีการขนย้ายโดยถูกต้องเป็นไปตามหลักความปลอดภัยหรือไม่
อีกทั้งแสวงหาข้อเท็จจริงโดยละเอียดว่ามีกลุ่มเสี่ยงที่อาจได้รับผลกระทบ และอันตรายจำนวนมากน้อยเพียงใด รวมถึงมาตรการควบคุมไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีกในอนาคตด้วย