ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) รับทราบรายงานผลการพิจารณาศึกษาการตั้งสถานบันเทิงครบวงจร หรือเอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ เพื่อแก้ปัญหาการพนันผิดกฎหมาย และเพื่อประโยชน์ด้านเศรษฐกิจของประเทศ
เป็นไปตามที่คณะกรรมาธิการวิสามัญฯ พิจารณาศึกษา และผ่านการอภิปรายซักถาม ก่อนลงมติจากที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เมื่อที่ประชุมครม.รับทราบแล้ว นายกรัฐมนตรีจึงมอบหมายให้กระทรวงการคลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปพิจารณาศึกษาในรายละเอียดต่อไป
โดยเฉพาะผลกระทบของประชาชนในพื้นที่ ภายในเวลา 30 วัน
รัฐบาลระบุว่าปัจจุบันอุตสาหกรรมในกลุ่มด้านความสนุกสนาน และความบันเทิงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นด้านการท่องเที่ยว กีฬา สถานบันเทิง ธุรกิจการจัดประชุม และการจัดนิทรรศการ
ประเทศไทยมีศักยภาพที่สามารถต่อยอดอุตสาหกรรมประเภทนี้ได้ ผ่านการส่งเสริมให้มีสถานบันเทิงครบวงจร เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในรูปแบบใหม่ และเพิ่มรายได้เข้าประเทศ
โดยเฉพาะการนำธุรกิจกาสิโน และการพนันถูกกฎหมายให้เข้ามาอยู่ในระบบอย่างมีมาตรฐานภายใต้การควบคุมของกฎหมาย จะทำให้จัดเก็บรายได้และภาษีอย่างถูกต้อง
สถานบันเทิงครบวงจรไม่ใช่กาสิโนอย่างเดียว แต่ยังรวมถึงโรงแรมที่พัก ศูนย์การค้า แหล่งช็อปปิ้ง สวนสนุก ศูนย์การประชุม สถานที่จัดแสดงนิทรรศการ และอีกหลากหลายความบันเทิง
เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ไม่ใช่มีเฉพาะประเทศชั้นนำเท่านั้น แต่ประเทศร่วมภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่างก็มีอุตสาหกรรมประเภทนี้ สร้างมูลค่าเป็นแสนล้านบาท สร้างงาน รายได้ และทำให้รัฐจัดเก็บภาษีได้จำนวนมาก
ที่ผ่านมาหลายรัฐบาลเคยมีแนวคิดจัดตั้งแหล่งการพนันถูกกฎหมาย แต่ก็ถูกสังคมส่วนหนึ่งคัดค้านรุนแรง ด้วยข้ออ้างทางศีลธรรม และหลักทางศาสนา แต่ปัจจุบันบริบททางสังคม ตลอดจนความคิดอ่านประชาชนเปลี่ยนแปลงไปในทางเปิดกว้างมากขึ้น
ดังนั้น หากรัฐบาลเดินหน้าโครงการต่อไป จะต้องศึกษาให้ละเอียดรอบด้าน ออกกฎหมายควบคุมรัดกุมรอบคอบ สถานที่จัดตั้งโครงการจะต้องเป็นพื้นที่เหมาะสม รองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมาก
ที่สำคัญต้องมีมาตรการป้องกัน และแก้ปัญหาผลกระทบเชิงวัฒนธรรม รวมถึงการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนสังคม