คณะกรรมการอำนวยการขนย้ายกากแคดเมียมและกากสังกะสี กระทรวงอุตสาหกรรม รายงานผลการหารือกับบริษัทผู้ประกอบกักเก็บกากอุตสาหกรรม ถึงการขนย้ายกากแคดเมียมกลับมาฝังที่เดิมในพื้นที่ อ.เมือง จ.ตาก
เบื้องต้นบริษัทยืนยันพร้อมให้ความร่วมมือกับทางราชการในการแก้ปัญหา เพื่อให้การขนย้ายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และรวดเร็วตามเป้าหมายที่กำหนด
นอกจากนี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมยังสั่งกำชับให้ดำเนินการด้วยความเข้มงวด ตั้งแต่ต้นทางยันปลายทาง ทั้งการจัดเก็บ ขนเคลื่อนย้าย และฝังกลบ
พร้อมย้ำว่าห้ามกระทบประชาชนอย่างเด็ดขาด โดยต้องขนย้ายกลับภายในวันที่ 30 เม.ย. และปิดหลุมฝังกลบภายในวันที่ 15 พ.ค.2567
กากอุตสาหกรรมดังกล่าวถูกลักลอบขนย้ายออกจากแหล่งกักเก็บที่ อ.เมือง จ.ตาก นำไปซุกซ่อนอยู่ในโกดังโรงงานที่จ.สมุทรสาคร จ.ชลบุรี และกรุงเทพมหานคร
สร้างความตื่นตกใจและความกังวลในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะผู้ที่ทำงาน หรือพักอาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงกับโกดังแหล่งซุกซ่อน เนื่องจากเป็นสารอันตรายต่อสุขภาพ และหากแพร่กระจายออกสู่ภายนอกก็จะปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อม เช่น น้ำ และอากาศ เป็นต้น
ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรม ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจพบและติดตามกลับมาได้แล้วกว่า 12,000 ตัน ใกล้เคียงกับจำนวนที่ถูกลักลอบออกมาจากแหล่งกักเก็บเดิม
นำไปสู่การดำเนินคดีผู้เกี่ยวข้อง พร้อมๆ กับการเฝ้าระวังบุคคลที่สัมผัสใกล้ชิดกับกากแคดเมียม รวมถึงการตรวจสอบคุณภาพน้ำ และสิ่งแวดล้อมบริเวณนั้น
นับตั้งแต่ตรวจพบการลักลอบขนย้ายกากอุตสาหกรรมอันตราย รวมถึงการติดตามบางส่วนที่ยังไม่พบ และเตรียมที่จะขนย้ายไปยังหลุมกักเก็บเดิม นับว่ามีความรวดเร็วในการดำเนินการ
แต่อีกสิ่งหนึ่งที่รัฐบาล โดยเฉพาะกระทรวงอุตสาหกรรมผู้รับผิดชอบโดยตรงจะต้องคำนึงถึงด้วย คือประชาชนที่อยู่รายรอบใกล้พื้นที่กักเก็บใน อ.เมือง จ.ตาก ซึ่งไม่ต้องการให้ขนย้ายกลับมาในพื้นที่อีก
เนื่องจากส่วนใหญ่มีความกังวล หวั่นเกรงจะได้รับผลกระทบต่อสุขภาพ หากกากอุตสาหกรรมพิษแพร่กระจายปนเปื้อนชุมชนและสิ่งแวดล้อม รวมถึงตั้งคำถามต่อการจัดเก็บได้มาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่
ดังนั้น บรรดาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหลายต้องตระหนักถึงความต้องการ และความกังวลของประชาชนในส่วนนี้ด้วย