FootNote:จุดเปราะบาง ของ การปรับครม. อุปสรรค เนื่องแต่ ระบบ “โควตา”

การยกขบวนไปรอคอยเพื่อเข้าพบและร่วมสนทนากับ นายทักษิณ ชินวัตร ระหว่างการเยือนมหานครเชียงใหม่ของบรรดา “รัฐมนตรี” และสส.จากพรรคเพื่อไทย

คือสัญญาณแสดงความแจ่มชัดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับต่อแนวโน้มที่จะต้องมีการปรับครม.อย่างแน่นอน

และวาระแห่งความแน่นอนคือภายในเดือนเมษายน

นี่คือสภาพและบรรยากาศอันเกิดขึ้นภายในพรรคเพื่อไทย ขณะที่พรรคภูมิใจไทยนิ่งเงียบอยู่ในที่ตั้ง พรรครวมไทยสร้างชาติ ยืนยันคุณภาพรัฐมนตรีในสังกัด พรรคพลังประชารัฐ คอยเก็บรับผลสะเทือนอย่างเยือกเย็น

การยืนยันของนายกรัฐมนตรีว่ามีรัฐมนตรีบางคนโทรศัพท์เข้ามาสอบถาม การเคลื่อนไหวโดยกลุ่มสตรีที่มีรากฐานมาจากคนเสื้อแดง ทั้งหมดนี้แล้วเป็นสัญญาณเป็นองค์ประกอบ

สะท้อนให้เห็นว่าเป้าหมายสำคัญในการปรับครม.มาจากพรรคเพื่อไทย จำกัดกรอบและขอบเขตเพียงสัดส่วนที่พรรคเพื่อไทยได้มาอย่างเป็นด้านหลัก

คำถามก็คือเป็นไปได้หรือที่การปรับครม.จะจำกัดกรอบและขอบเขตอยู่เพียงสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย

ต้องยอมรับว่ารากฐานแห่งการประกอบส่วนของคณะรัฐมนตรี มีความสัมพันธ์อยู่กับรูปธรรมแห่งความตกลงอันก่อให้เกิดสถานการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2566

ก็คือการสร้างพันธมิตรในแนวร่วมทางการเมืองเพื่อโดด เดี่ยวและตัดพรรคก้าวไปออกจากสมการ

ภายใต้ข้อกล่าวหาอันเนื่องแต่ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ผนึกกำลังระหว่างพรรคเพื่อไทย พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนาเข้าด้วยกัน

พื้นฐานทางการเมืองเช่นนี้ดำรงอยู่ในระบบที่เรียกว่า “โควตา ซิสเต็ม” พรรคเพื่อไทยอาจต้องจำยอม เพราะว่าจำเป็นต้องดึงพลัง จากพรรคการเมืองอื่นเพื่อความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล

แต่คำถามก็คือ ระบบโควตาเช่นนี้ กลายเป็นอุปสรรคและรั้งดึงมิให้ได้รัฐมนตรีที่ตรงกับงานเพื่อต้องสนใจจำนวนสส.ที่ยึดกุม

พรรคเพื่อไทยอาจจำเป็นต้องปรับภายในสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย แต่มีกระทรวงจำนวนหนึ่งต้องยึดกุมนโยบายเรือธง

ไม่ว่าในเรื่อง “ดิจิทัล วอลเล็ต” ไม่ว่าในเรื่อง “แลนด์บริดจ์”

จึงเด่นชัดยิ่งว่า มีความจำเป็นต้องจัดระบบกระทรวงเศรษฐกิจใหม่ มีความจำเป็นต้องจัดระบบกระทรวงในทางสังคมใหม่ เพื่อเป็นรากฐานในการสร้างผลงาน

หากไม่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเป็นฝ่ายรุกก็ยากเป็นอย่างยิ่ง ที่จะสามารถทำงานเพื่อสร้างจุดได้เปรียบเหนือพรรคก้าวไกลได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน