FootNote:ปัญหา ของ รวมไทยสร้างชาติ ผลสะเทือน จาก การปรับครม.
เหมือนกับเงาสะท้อนการเคลื่อนไหวเพื่อรักษาและชิงตำแหน่งการ เมืองในกระแสแห่งการปรับครม.จะวางน้ำหนักอยู่กับพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นด้านหลัก
ทั้งๆที่การเคลื่อนไหวภายในพรรคพลังประชารัฐ ภายในพรรครวมไทยสร้างชาติ ดำเนินไปอย่างชนิดฝุ่นตลบมากกว่า
กล่าวสำหรับพรรคพลังประชารัฐแม้การปรับจะอยู่บนเงื่อนไข 1 โควตาที่เหลืออยู่จากกรณีของ นายไผ่ ลิกค์ 1 การหลุด จากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ความน่าสนใจมิได้เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการอันมาตามสัดส่วน ของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น หากแต่ยังมาจากตามสัดส่วนของพรรครวมไทยสร้างชาติ อย่างมีนัยสำคัญ
ปัญหาจึงมิได้อยู่ที่การยืนยันว่าต้องเป็นตำแหน่งของ นายไผ่ ลิกค์ อยู่เหมือนเดิมหรือไม่ หากแต่ยังมีรายชื่ออีกไม่น้อยกว่า 3 รายชื่อเสนอเข้าไปสอดสวม
ปัญหาและการตัดสินใจเลือกของพรรคพลังประชารัฐแสดง
ปัญหาและความปรารถนาที่แตกต่างกันอย่างเด่นชัดอยู่แล้ว ปัญหาของพรรครวมไทยสร้างชาติยิ่งซับซ้อนมากยิ่งกว่า
เนื่องจากมี 2 รัฐมนตรีช่วยว่าการที่ต้อง “หลุด” ออกไปจากสม การทางการเมือง
มีความเด่นชัดเป็นลำดับว่ามี 2 คนที่ไม่สามารถรักษาตำแหน่งของตนเอาไว้ได้ นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ กระทรวงการคลัง นายอนุชา นาคาศัย กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
ความแหลมคมเป็นอย่างมากคือมีชื่อของ นายสุชาติ ชมกลิ่น อยู่ในเป้าหมายที่จะเข้าดำรงตำแหน่ง
สถานะของ นายสุชาติ ชมกลิ่น ที่เคยดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน จะดำเนินไปอย่างไรในเมื่อต้องดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรี “ช่วยว่าการ”
ยิ่งกว่านั้น มีความชัดเจนว่าตำแหน่งที่จะได้มิใช่ในกระทรวงการคลังเพราะมีชื่อของ นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล จะเข้าไปเพื่อรับผิดชอบ “ดิจิทัล วอลเล็ต”
ขณะที่หากกล่าวสำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็มีชื่อของพรรคพลังประชารัฐ รวมทั้งชื่อของพรรคเพื่อไทยดำรงอยู่
ทางเลือกของพรรครวมไทยสร้างชาติจึงมีไม่มากนัก
ผลสะเทือนที่จะตามมาในกรณีปรับครม.ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจึงมิได้เป็นพรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นแกนนำรัฐบาล
หากแต่เป็นพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ
เป็นปัญหาว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จะบริหารจัดการอย่างไร เป็นปัญหาว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ จะบริหารจัดการได้โดยราบรื่นหรือไม่
เป็นคำถามไปยังเลขาธิการพรรค ไม่ว่าจะของพรรครวมไทยสร้างชาติ ไม่ว่าจะของพรรคพลังประชารัฐ

