คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การต่างประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ร่วมให้มุมมองต่อสถานการณ์สู้รบในประเทศเมียนมา หรือพม่า เนื่องจากส่งผลกระทบ และตามมาด้วยปัญหาผู้ลี้ภัยข้ามชายแดนมายังประเทศไทย

โดยระบุว่าถ้าไม่แก้ปัญหาที่ต้นเหตุ การสู้รบจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งในช่วงทุกฤดูแล้งจะมีผู้อพยพหนีภัยสงครามเข้ามาฝั่งประเทศไทย ส่งผลให้การช่วยเหลือทางมนุษยธรรมเกิดขึ้นทุกปีต่อเนื่อง

รวมถึงการแก้ปัญหาฝุ่นควันพิษข้ามชายแดน ปัญหายาเสพติด และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ อาชญากรรมออนไลน์ที่ใช้พื้นที่ตามแนวชายแดนเป็นฐานปฏิบัติการ จะแก้ไขได้ยากขึ้น

กมธ.การต่างประเทศจึงเห็นว่าควรต้องแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ต่อเนื่อง และยั่งยืน

ต่อกรณีดังกล่าว กมธ.จึงมีข้อเสนอต่อรัฐบาลให้รีบจัดประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซียน เพื่อผลักดันฉันทามติอาเซียน ไม่ว่าจะเป็นการยุติความรุนแรง สนับสนุนการเจรจาสร้างสรรค์ระหว่างทุกฝ่าย

เป็นสื่อกลางกระบวนการเจรจา ช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม ตลอดจนให้มีคณะผู้แทนพิเศษเดินทางไปเมียนมา เพื่อพบปะกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ซึ่งไทยควรใช้โอกาสนี้เป็นหัวหอกผลักดัน

รวมถึงการใช้นโยบายต่างประเทศเชิงรุก ประสานทุกฝ่าย โดยย้ำว่าปัญหาเมียนมาควรยุติโดยการเจรจาทางการทูตอย่างครอบคลุม และสร้างสรรค์

นับเป็นข้อเสนอที่น่าสนใจ โดยเฉพาะการที่ไทยเป็นผู้นำผลักดันสันติภาพในเมียนมา เนื่องจากไทย-เมียนมามีชายแดนติดต่อกันกว่า 2,000 ก.ม. อีกทั้งมีสัมพันธ์และเกื้อกูลกันมายาวนาน

ขณะนี้การสู้รบในเมียนมา ระหว่างรัฐบาลทหาร กับกองกำลังชาติพันธุ์ต่างๆ ที่ผนึกร่วมมือกับกลุ่มต่ต้านรัฐบาลทหาร มาถึงจุดแตกหักรุนแรง และเป็นที่เฝ้าจับตามองจากนานาชาติ โดยเฉพาะชาติมหาอำนาจ

รัฐบาลไทยตระหนักถึงสถานการณ์นี้เป็นอย่างดี โดยนายกรัฐมนตรีสั่งตั้งคณะกรรมการติดตามปัญหาเมียนมาอย่างใกล้ชิด พร้อมให้การช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมต่อผู้ได้รับผลกระทบ

ขณะเดียวกันก็ประสานชาติมหาอำนาจที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับรัฐบาลทหารเมียนมา และกลุ่มคู่ขัดแย้งต่างๆ ด้วยเช่นกัน เพื่อผลักดันไปสู่การเจรจาสันติภาพโดยเร็วที่สุด

หวังว่าการดำเนินการนี้จะรุดหน้ายิ่งขึ้น ตลอดจนรับฟังข้อเสนอจากฝ่ายต่างๆ มาปรับให้สอดคล้องเหมาะสม เพื่อส่งผลให้ไทยได้ประโยชน์จากการเป็นผู้นำสร้างสันติภาพเมียนมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน