FootNote : แผนยึดคืน พื้นที่ “กทม.” ในมือ แพทองธาร ชินวัตร
คำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการ ติดตาม ตรวจสอบการดำเนินงานของสภากรุงเทพมหานครของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร เมื่อวันที่ 30 เมษายน คือการเคลื่อนไหวอย่างมีการจัดวางอย่างเป็นระบบ
ไม่เพียงแต่สอดรับกับบรรยากาศแห่งการเคลื่อนไหวผ่าน “10 เดือนที่ไม่รอ ทำกันให้เต็ม 10” ในวันที่ 3 พฤษภาคม
หากที่สำคัญเป็นอย่างมากคือ การตระเตรียมและสนองรับกับการเคลื่อนไปสู่ความพร้อมในการเข้าสู่สนามการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นและกรุงเทพมหานคร
นั่นก็คือ พรรคเพื่อไทยไม่เพียงแต่จะจัดทีมลงต่อสู้เพื่อชิงตำแหน่งนายกอบจ. นายกเทศมนตรี นายกอบต.ในขอบเขตทั่วประเทศ เพื่อเป็นพื้นฐานไปสู่การเลือกตั้งสส.ในปี 2570
หากแต่ยังเริ่มต้นที่ “สภากรุงเทพมหานคร” เพื่อเป็นฐานทางการเมืองให้กับการเลือก 1 ผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร และ 1 การเลือกสส.ที่กลายเป็นจุดอ่อนเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566
เรื่องนี้จึงไม่เพียงแต่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคจะลงมาเป็นประธาน หากแต่ได้มอบหมายให้กับกำลัง 2 คนที่มีความสำคัญ
1 น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ 1 นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ
แม้ในสนามการเลือกตั้งสส. พรรคเพื่อไทยจะตกเป็นรองพรรคก้าวไกล ในการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566 เพราะได้รับเลือกเข้ามาเพียง 1 คือ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
ทั้งยังเป็นชัยชนะที่ได้มาเพียง 4 คะแนนกระทั่ง “โฟร์ พอยต์” ได้กลายเป็นฉายาของ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์
กระนั้น ก็ต้องยอมรับว่าในระดับสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร สก.ของพรรคเพื่อไทยยังเป็นด้านหลัก ขณะที่สก.พรรคก้าวไกลมีเพียง 12 คนเท่านั้น
นี่คือจุดที่ได้เปรียบ นี่คือจุดที่พรรคเพื่อไทยสามารถดำรงอยู่ในสถานะนำในสภากรุงเทพมหานคร โดยยึดตำแหน่งประธานเอาไว้ในความครอบครอง
การจัดตั้งคณะกรรมการ ติดตาม ตรวจสอบ การดำเนินงานของสมาชิกสภากรุงเทพมหานครก็เพื่อจะต่อยอดความสำเร็จนี้
เป้าหมายเพื่อให้เป็นกระดานหกไปสู่การเลือกตั้งสส.
การปรับเปลี่ยนโดยมอบความไว้วางใจไปสู่ น.ส.ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ และ นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ มีความสำคัญ
เพราะ 2 คนนี้เป็นคนรุ่นใหม่และเป็นกำลังสำคัญ
พรรคเพื่อไทยมีความมั่นใจว่าจะสามารถมาแทนที่คนเดิม ที่เคยมีบทบาทไม่ว่าในการเลือกตั้งเมื่อ 2 ปีก่อน ไม่ว่าในการเลือกตั้งเมื่อ 1 ปีก่อน
นี่คือจังหวะก้าวในการฟื้นคืนชัยชนะเพื่อชิงอันดับ 1 มาจากพรรคก้าวไกลอย่างเต็มพิกัด
ทุกอย่างอยู่ในมือ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สมบูรณ์
