FootNote:พันธมิตร เลือกตั้ง ท้องถิ่น เพื่อไทย กับ พลังประชารัฐ
การปรากฏชื่อ นายอัครา พรหมเผ่า เป็น 1 ในจำนวน 9 คนของ “ว่าที่” ผู้ที่จะลงสมัครนายกอบจ.ในนามพรรคเพื่อไทย สร้างประเด็น ทางการเมืองขึ้นมาอย่างแหลมคม
เพียงรับรู้ว่า นายอัครา พรหมเผ่า เป็นใครทุกสายตาล้วนมองและตั้งคำถามต่อ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า โดยอัตโนมัติ
เนื่องจาก ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ไม่เพียงดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อันมีพื้นฐานมาจากการเป็นสส.ในจังหวัดพะเยาเท่านั้น
หากที่สำคัญ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยังดำรงตำแหน่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ในฐานะที่เป็นเลขาธิการพรรค
ตามสัดส่วนของพรรคพลังประชารัฐ ได้รับมอบหมายจากนายกรัฐมนตรีให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง 4 คน แต่ในระดับรัฐมนตรีว่าการเพียง 2 ที่เหลือเป็นระดับรัฐมนตรีช่วยว่าการ
คนหนึ่งคือ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ประธานที่ปรึกษาพรรคพลังประชารัฐ คนหนึ่งคือ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ
เหตุใด นายอัครา พรหมเผ่า จึงมาในสังกัดพรรคเพื่อไทย
ความสัมพันธ์ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กับพรรคเพื่อไทยมิได้เป็นเรื่องใหม่ ตรงกันข้ามโยงยาวไปยังพรรคไทยรักไทย ไปยังพรรคพลังประชาชน
เพียงแต่โดยสถานการณ์และความจำเป็นทางการเมือง ต้องเป็นส่วนหนึ่งอยู่ในพรรคพลังประชารัฐ
ความสัมพันธ์นั้นภายในพรรคเพื่อไทยก็รับรู้และเข้าใจ
บทบาทของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า แม้จะมีความแนบแน่นอยู่กับ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ แต่ได้รับความไว้วางใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่มากนัก
ยิ่งเมื่อ นายทักษิณ ชินวัตร เดินทางกลับประเทศในวันที่ 22 สิงหาคม 2566 สายตาย่อมมองไปยังการเคลื่อนไหวของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า อย่างเป็นพิเศษ
การไปต้อนรับ นายทักษิณ ชินวัตร ระหว่างเยือนเชียงใหม่ของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ยิ่งเน้นให้เห็นถึงลักษณะพิเศษนี้
กรณีของ นายอัครา พรหมเผ่า จึงเป็นอีกรูปธรรมหนึ่งแห่งสายสัมพันธ์ระหว่าง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า กับพรรคเพื่อไทย
ยืนยันถึงการเป็นพันธมิตรอย่างชิดใกล้กระทั่งแนบแน่น
แนวโน้มแห่งความร่วมมือนี้ ไม่เพียงแต่ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลที่เป็นฐานแห่งอำนาจภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทยเท่านั้น หากสะท้อนความหมายทั้งในด้านบุคคลและในด้านพรรค
นี่ย่อมเป็นกลยุทธ์ “ร่วม” ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคพลังประชารัฐ อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านสนามเลือกตั้ง “ท้องถิ่น”
