กรุงเทพมหานคร (กทม.) ประชุมร่วมกับการไฟฟ้านครหลวง การประปานครหลวง การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับฝาท่อในพื้นที่กทม.

เพื่อหารือถึงมาตรการความปลอดภัย หลังเกิดเหตุประชาชนเสียชีวิตจากกรณีเดินตกท่อร้อยสายไฟฟ้า และขับขี่รถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุตกท่อระบายในอุโมงค์ทางแยก

ทั้ง 2 เหตุเกิดขึ้นต่อเนื่องกัน โดยเฉพาะกรณีตกท่อร้อยสายไฟฟ้า ที่ฝาเหล็กปิดถูกขโมย แล้วต่อมาผู้รับเหมาก่อสร้างนำแผ่นไม้อัดปิดทับ ซึ่งไม่มีความแข็งแรงรองรับน้ำหนักได้

เป็นเหตุการณ์นำไปสู่การเสียชีวิตที่ไม่ควรเกิดขึ้น และจะต้องมีผู้รับผิดชอบทั้งอาญาและแพ่ง

ผลประชุมที่น่าสนใจ คือจะออกแบบฝาท่อใหม่ ใช้วัสดุไม่ใช่เหล็ก ป้องกันการนำไปขาย แต่รับน้ำหนักได้ แข็งแรงปลอดภัย นำกล้องระบบเอไอมาติดตามความปลอดภัย ผลกระทบ การจราจร และจุดที่มีการก่อสร้าง

ให้ทบทวนกระบวนการก่อสร้างทั้งหมด ตั้งแต่ก่อน ระหว่าง และหลังการก่อสร้าง เพื่อพิจารณาถึงประสิทธิภาพ และความปลอดภัยทั้งหมด รวมถึงมาตรการเยียวยาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ส่วนกทม.ที่มีท่อระบายน้ำทั้งหมดยาวประมาณ 6,800 กิโลเมตร มีบ่อฝาเปิด-ปิดอย่างน้อย 500,000 บ่อ จะมีเจ้าหน้าที่ดูแลความพร้อมของฝาบ่อ เมื่อพบเห็นจะแจ้งซ่อม และถ้าประชาชนพบเห็นก็สามารถแจ้งเรื่องร้องเรียนได้

โดยสรุปจากที่ประชุมคือ ฝาท่อต้องไม่หาย ต้องแข็งแรง ปลอดภัย แจ้งเตือนประชาชนรับทราบบริเวณไหนควรหลีกเลี่ยง เจ้าหน้าที่ หรือผู้บริหารโครงการต้องติดตาม เมื่อเกิดปัญหาต้องแก้ไขโดยเร็วไม่เกิน 24 ชั่วโมง

นับเป็นมาตรการเบื้องต้นส่วนหนึ่ง ที่กทม.หารือกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการก่อสร้างในหลายพื้นที่เมืองหลวงขนาดใหญ่ ซึ่งมีการเคลื่อนไหว และการเดินทางของประชาชนจำนวนมาก

ที่ผ่านมาไม่ใช่เรื่องฝาท่อดังที่ปรากฏล่าสุด แต่ยังเรื่องเศษวัสดุจากการก่อสร้างบนที่สูง ร่วงหล่นใส่ลงมาพื้นด้านล่าง ถูกทรัพย์สินเสียหาย ประชาชนบาดเจ็บ

อีกทั้งไม่ใช่แค่กทม.เท่านั้น ยังมีเขตปริมณฑล และจังหวัดใหญ่ๆ ต่างก็มีการก่อสร้างเช่นกัน และก็เกิดเหตุไม่คาดคิดซ้ำรอยตามมา เช่น เด็กเดินตกท่อที่ฝาชำรุด และผู้ขับขี่ยานพาหนะตกหลุมก่อสร้าง เป็นต้น

นอกจากกทม.แล้ว ในระดับกระทรวง ตลอดจนจังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ต้องร่วมมือกันหามาตรการป้องกันที่เข้มงวดกว่านี้ด้วย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน