ยาเสพติดเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศไทยที่ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เนื่องจากเป็นตัวการก่อให้เกิดอาชญากรรม ปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ ที่สำคัญเป็นตัวบ่อนทำลายเยาวชน ซึ่งเป็นรากฐานอนาคตของประเทศ

ปัจจุบันยาเสพติดโดยเฉพาะยาบ้า ได้แพร่กระจายเข้าสู่ระดับชุมชนทั่วประเทศ ก่อให้เกิดความรุนแรงและผลกระทบอื่นมากมาย

ระหว่างลงพื้นที่ตรวจราชการจังหวัดมหาสารคาม และร้อยเอ็ด เมื่อเร็วๆ นี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีประกาศกำหนดให้การแก้ปัญหายาเสพติด เป็นวาระแห่งชาติ ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและตำรวจร่วมมือกันจัดการปัญหาอย่างเด็ดขาด

ให้มีผลจับกุมชัดเจนใน 90 วัน โดยเฉพาะเป้าหมายพื้นที่สีแดงที่มีปัญหารุนแรง 25 จังหวัด

นอกจากความเด็ดขาด ยังต้องปรับแก้กฎหมายให้มีความชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องปริมาณครอบครองยาบ้า 5 เม็ด ที่ถูกตีความจนกลายเป็นประเด็นดราม่า

ความไม่ชัดเจนนี้ทำให้เกิดปัญหาในทางปฏิบัติของเจ้าหน้าที่ ซึ่งต้องใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือแยกแยะ “ผู้เสพ” กับ “ผู้ค้า” จนกลายเป็นช่องโหว่ ให้ผู้กระทำผิดไม่ต้องรับโทษสถานหนัก

“ผมขอให้กระทรวงสาธารณสุขแก้ไขกฎกระทรวง กำหนดปริมาณที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ โดยปรับลดให้เหลือ 1 เม็ด แทนที่จะเขียนว่าปริมาณเล็กน้อย เพื่อเป็นหลักการให้ผู้ปฏิบัติงาน สามารถทำตามได้ตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย” นายกฯ ระบุ

อีกทั้งต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าเป็นผู้เสพ ไม่เช่นนั้นโทษที่ได้รับจะหนักขึ้นหากพบว่าเป็นผู้ค้า

ไม่ว่าการปราบปรามทางกฎหมาย การยึดทรัพย์ตัดวงจรค้ายาเสพติด แก้ไขกฎหมายให้มีความชัดเจน อุดช่องโหว่ไม่ให้ผู้กระทำผิดอาศัยหลบเลี่ยงโทษหนัก

การเจรจาทางการทูตกับประเทศตามแนวชายแดน เพื่อควบคุมการลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทย รวมถึงการสนับสนุนให้ผู้เสพ หรือผู้ป่วย ได้เข้ารับการรักษาบำบัดอย่างมีประสิทธิภาพและทั่วถึง

เหล่านี้ล้วนเป็นมาตรการสำคัญในการกำจัดยาเสพติดให้หมดสิ้นไปจากสังคมไทย ซึ่งการจะไปถึงจุดหมายความสำเร็จนี้ได้ตามนโยบายรัฐบาลที่แถลงไว้ต่อรัฐสภา ทุกหน่วยงานต้องเร่งเครื่องให้เต็มที่

ดังนั้นจึงควรเป็นไปอย่างที่นายกฯ เศรษฐาสั่งการกำชับทุกหน่วยงานองคาพยพที่เกี่ยวข้อง ต้องทุ่มเท จริงจัง ชัดเจน เด็ดขาดกับปัญหามากกว่านี้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน