สมาชิกวุฒิสภารวม 250 คนที่ได้รับการแต่งตั้งจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 สิ้นสุดลงแล้วตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม แต่ยังคงรักษาการจนกว่าจะมีสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่

ในช่วงที่กำลังดำเนินการเพื่อให้ได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภาชุดต่อไปตามรัฐธรรมนูญนั้น มีสมาชิกวุฒิสภาบางคนอ้างว่าวุฒิสภาชุดนี้ยังมีอำนาจเต็มทุกประการ ยกเว้นการโหวตให้ความเห็นชอบนายกรัฐมนตรี

จึงพร้อมดำเนินการเต็มอำนาจในการโหวตกรรมการในองค์กรอิสระที่ยังคั่งค้างอยู่ในวาระ อ้างว่าเพื่อไม่ให้เป็นปัญหา เกิดสุญญากาศในช่วงที่ยังไม่มีวุฒิสภาชุดใหม่

ทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าผิดมารยาทเกินไปหรือไม่ ทั้งๆ หมดหน้าที่ไปแล้ว แต่ที่ยังอยู่ต่อก็เป็นเพียงการรักษาการให้กระบวนการนิติบัญญัติเติมเต็มมีความสมบูรณ์เท่านั้น

อำนาจและหน้าที่ของวุฒิสภาหลังจากนี้ แม้บางส่วนจะหมดไปตามบทเฉพาะกาล เช่น การเลือกนายกรัฐมนตรี ตามมาตรา 272 อำนาจติดตามและออกกฎหมายปฏิรูปประเทศ ตามมาตรา 270 และอำนาจกลั่นกรองกฎหมายแบบพิเศษ ตามมาตรา 271

แม้อำนาจพิเศษจะไม่มีอีกแล้ว แต่ระหว่างรอการได้มาซึ่งวุฒิสภาชุดใหม่นั้น วุฒิสภาชุดนี้ยังจะมีอำนาจต่างๆ ต่อเนื่องไป แต่ก็ขึ้นอยู่กับว่าจะพิจารณาเอาเองว่าจะให้ประชาชนมีภาพจดจำอย่างไร

เพราะอำนาจการพิจารณาและกลั่นกรองร่างกฎหมายที่ผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรยังคงอยู่ รวมถึงการร่วมพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ

นอกจากนี้ ยังมีอำนาจให้ความเห็นชอบเพื่อแต่งตั้งตุลาการรัฐธรรมนูญและกรรมการในองค์กรอิสระ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ผู้ตรวจการแผ่นดิน คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติด้วย

อย่างไรก็ตาม ตลอดช่วงระยะเวลา 5 ปีที่สมาชิกวุฒิสภาชุดนี้ดำรงอยู่ ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเป็นเครื่องมือในการสืบทอดอำนาจของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยมีภาระให้ประเทศชาติต้องใช้งบประมาณรวมทั้งสิ้น 5.65 พันล้านบาท

แบ่งเป็นเงินเดือน เงินเพิ่ม และสวัสดิการต่างๆ ทั้งของประธานวุฒิสภา รองประธานวุฒิสภา สมาชิกวุฒิสภา รวมถึงผู้ช่วยประจำตัวอีกรายละ 8 คน ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ผู้ชำนาญการประจำตัว และผู้ช่วยดำเนินการประจำตัว

วุฒิสภาชุดนี้ตลอดทั้ง 5 ปี ประชุมร่วมรัฐสภาโหวตนายกรัฐมนตรีรวม 3 ครั้ง ได้แก่ เห็นชอบพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคพลังประชารัฐ ไม่เห็นชอบนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และเห็นชอบนายเศรษฐา ทวีสิน แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคเพื่อไทย

อีกทั้งประชุมร่วมโหวตร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญอีกหลายฉบับ แต่ส่วนใหญ่ไม่ผ่านความเห็นชอบ เนื่องจากมีเสียงสนับสนุนไม่ถึง 1 ใน 3 จึงเป็นอันต้องตกไป ทำให้เกิดคำถามว่าวุฒิสภามีไว้ทำไม เป็นผู้แทนปวงชนชาวไทยจริงหรือไม่ ซึ่งการทำหน้าที่ตลอดระยะเวลา 5 ปีก็มีคำตอบในตัวเองแล้ว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน