FootNote:ภาวะยอกย้อน รัฐธรรมนูญ แนวโน้ม การเลือก วุฒิสภา
พลันที่เห็นจำนวนผู้ยื่นขอใบสมัครเข้ารับ “การเลือก” เป็นสมาชิกวุฒิสภามีจำนวนน้อยกว่าจำนวนที่ลงสมัครเข้ารับ “การเลือก” เป็นสมาชิกวุฒิสภาเมื่อปี 2562
“ปฏิกิริยา” ของสังคมก็แตกกระจายออกไปอย่างน้อยที่สุดก็ 2 แนวทางที่ขัดแย้งกันอย่างสิ้นเชิง
1 เห็นว่าทิศทางไม่ต่างจากปี 2562 นั่นก็คืออยู่ภายใต้การยึดกุมและครอบงำโดยกลุ่มความคิดเก่า แทบไม่แตกต่างไปจากที่เห็นใน 250 สมาชิกวุฒิสภา “เก่า” เท่าใดนัก
ขณะเดียวกัน 1 เห็นว่าทิศทางจากกระบวน “การเลือก” อันสลับซับซ้อนและยุ่งยากตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ จะก่อให้เกิดลักษณะหลากหลายในทางความคิด
เป็นความหลากหลายอันเท่ากับเป็นภาพสะท้อนที่เป็นจริง ซึ่งเกิดขึ้นและดำรงอยู่ในการเมืองไทย นั่นก็คือการเกิดขึ้นและดำรงอยู่อย่างที่เรียกกันว่า “พหุลักษณะ”
นั่นก็คือ กลุ่มอำนาจเก่าไม่สามารถกำกับ ควบคุมและบงการได้อย่างเบ็ดเสร็จ ขณะที่กลุ่มความคิดใหม่ก็ยังไม่สามารถกำกับควบคุมและบงการได้
สะท้อนแนวโน้มที่สิ่งใหม่จะปรากฏในท่ามกลางการต้าน
กฎกติกาอันมีจุดเริ่มต้นมาจากรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 มีเป้าหมายเพื่อกำกับ ควบคุม และบงการต่อการดำรงอยู่ของพรรคเพื่อไทยเป็นมูลฐาน
แต่ถามว่าสามารถกำกับ ควบคุมและบงการได้ตามพิมพ์เขียวที่กำหนดและจัดวางเอาไว้หรือไม่
เมื่อพรรคเพื่อไทยปรับเปลี่ยน “กลยุทธ์” โดยหันไปจับมือร่วมกับพรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคพลังประชารัฐ พรรคภูมิใจไทย ด้านหนึ่งก็สามารถครองความเป็นพรรคนำได้
ขณะเดียวกัน ด้านหนึ่ง การนำของพรรคเพื่อไทยในฐานะรัฐบาลก็มิได้ดำเนินไปอย่างเบ็ดเสร็จ ไม่ว่าจะภายในของ “รัฐบาลพิเศษ” ที่สะท้อนสภาพช่วงชิงกันอยู่ตลอดเวลา
ยิ่งกว่านั้นในเมื่อผลการเลือกตั้งพรรคเพื่อไทยก็มิได้รับเลือกมาเป็นพรรคอันดับ 1 หากแต่ตกอยู่กับพรรคก้าวไกล
พรรคก้าวไกลก็ได้กลายเป็นอีกปัจจัยสำคัญในทางการเมือง
ยังไม่มีใครคาดหมายแนวโน้ม “การเลือก” 200 สมาชิกวุฒิสภา “ใหม่” ว่าจะดำเนินไปในทิศทางอย่างไร
ทุกอย่างก็เหมือนกับการเลือกตั้งเมื่อเดือนพฤษภาคม 2566
ไม่ว่าพรรครวมไทยสร้างชาติก็คิดอย่าง ไม่ว่าพรรคพลังประชารัฐก็คิดอย่าง ไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยก็คิดอย่าง ไม่ว่าพรรคเพื่อไทยก็คิดอย่าง
ภายในความสลับซับซ้อนและย้อนยอกของกฎกติการัฐธรรมนูญนั้นเอง ที่อาจนำไปสู่ผลในทางตรงกันข้ามเกิดขึ้นได้
