ผ่าน 10 ปี รัฐประหารเมื่อ 22 พ.ค.2557 เป็นเหตุการณ์สำคัญที่เชื่อว่าประชาชนส่วนใหญ่รับทราบกันดี เนื่องจากนำมาสู่ความยากลำบากในชีวิต

โดยเฉพาะเศรษฐกิจที่ถดถอย เพราะนานาชาติไม่ยอมรับ ส่งผลต่อปัญหาปากท้อง ทั้งยังนำมาสู่การออกคำสั่งควบคุมชีวิต และการทำมาหากินของประชาชนอีกส่วนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในป่า ปัจจุบันยังคงมีผู้ถูกดำเนินคดีหลายหมื่นคน

ส่วนทางด้านการเมืองและสังคม มีผู้ถูกจับกุมดำเนินคดี ส่วนหนึ่งต้องลี้ภัยไปต่างประเทศ หลายรายเสียชีวิต สร้างความขัดแย้งขึ้นใหม่ ฉีกและเขียนรัฐธรรมนูญที่เป็นปัญหาต่อการพัฒนาประเทศ ไม่สอดคล้องกับประชาธิปไตย

การกระทำของคณะรัฐประหาร ทิ้งภาระปัญหาไว้หลายอย่าง เป็นมรดกไม่พึงปรารถนาของสังคมในปัจจุบัน

อีกประการที่เป็นผลสะเทือนจากรัฐประหาร 2557 ยังรอคอยการชำระสะสาง คือคดีสลายการชุมนุมเมื่อเดือนเม.ย.-พ.ค.2553 มีผู้เสียชีวิตเกือบ 100 ราย และบาดเจ็บอีกกว่า 2,000 ราย

เนื่องจากในกลุ่มคณะรัฐประหาร และนักการเมืองที่สร้างเงื่อนไขให้ประเทศไปสู่ทางตัน เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ปี 2553 จึงพยายามที่จะปิดคดี ส่งผลปัจจุบันยังไม่มีผู้เกี่ยวข้องถูกพิจารณาคดีในชั้นศาล

เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2567 ในวาระครบ 14 ปี ภาคประชาชน โดยเฉพาะญาติผู้เสียชีวิตที่ยังไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงจัดงานย้อนรำลึกเหตุการณ์เมื่อเดือนพ.ค.2553

จุดประสงค์คือต้องการนำผู้เกี่ยวข้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม โดยแก้กฎหมายให้ผู้สูญเสียฟ้องร้องดำเนินคดีต่อศาลได้โดยตรง

ในโอกาสทบทวน 10 ปีรัฐประหาร พรรคเพื่อไทย แกนนำรัฐบาล ออกแถลงการณ์ปฏิเสธรัฐประหาร ไม่ยอมรับสารตั้งต้นที่อาจเป็นการสร้างเงื่อนไขไปสู่การรัฐประหาร และปฏิเสธการนิรโทษกรรมต่อการรัฐประหารในทุกกรณี

พร้อมยืนยันแนวคิดตรากฎหมายต่อต้านรัฐประหาร ห้ามมิให้ศาลยอมรับรัฐประหารว่าเป็นรัฏฐาธิปัตย์ และความผิดรัฐประหารไม่มีอายุความ รวมทั้งยึดมั่นในหลักการอำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย

นับเป็นจุดยืนของพรรคเพื่อไทยที่น่าเคารพ แต่ในขณะเดียวกันคดีสลายการชุมนุมเมื่อปี 2553 ที่ยังไม่คืบหน้า เพราะเป็นผลพวงจากรัฐประหาร ซึ่งเป็นเรื่องต่อเนื่องกัน ก็หวังว่าพรรคเพื่อไทยจะตระหนัก และให้ความสำคัญด้วยเช่นกัน

ไม่ว่าจะเป็นการผลักดันแก้กฎหมายที่เกี่ยวกับการฟ้องร้องคดี หรือทำอย่างไรเพื่อให้คดีเข้าสู่การพิจารณาคดีชั้นศาลพลเรือนปกติ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน