คณะกรรมการการเลือกตั้ง เปิดเผยยอดผู้สมัครรับเลือกเป็นสมาชิกวุฒิสภาหลังปิดรับการสมัครเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 ว่ามีผู้สมัครจำนวนทั้งสิ้น 48,226 คน

มีผู้ที่มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามและรับสมัครไว้ก่อน จำนวน 48,117 คน และผู้ที่ตรวจสอบเบื้องต้นไม่มีคุณสมบัติและมีลักษณะต้องห้าม จึงไม่รับสมัครจำนวน 109 คน

จังหวัดที่มีผู้สนใจสมัครมากที่สุดคือศรีสะเกษ จำนวน 2,764 ราย กรุงเทพมหานคร จำนวน 2,489 ราย เชียงใหม่ จำนวน 2,000 ราย จังหวัดที่มีผู้สมัครน้อยที่สุดคือน่าน จำนวน 98 ราย

จากนี้ ผู้อำนวยการเลือกระดับอำเภอจะได้ตรวจสอบคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามโดยละเอียดอีกครั้งว่าจะประกาศให้เป็นผู้สมัครหรือไม่ ภายใน 5 วัน

ตามไทม์ไลน์ในพระราชกฤษฎีกาให้มีการเลือกวุฒิสมาชิกกำหนดไว้หลังจากประกาศรายชื่อผู้สมัครว่าวันที่ 9 มิถุนายน จะเป็นการเลือกกันเองในระดับอำเภอ

วันที่ 16 มิถุนายน เป็นการเลือกกันเองในระดับจังหวัด วันที่ 26 มิถุนายนเป็นการเลือกกันเองระดับประเทศ และวันที่ 2 กรกฎาคมเป็นวันประกาศผลการเลือกสมาชิกวุฒิสภา

โดยคณะกรรมการการเลือกตั้งเปิดให้ติดตามรายชื่อผู้สมัครทั้ง 3 ระดับ ผ่านแอพพลิเคชั่นสมาร์ตโหวต (Smart Vote) แล้ว ตั้งแต่วันที่ 25 พฤษภาคม

เนื่องจากพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา กำหนดไม่ให้ประชาชนมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะเป็นการเลือกกันเองของผู้สมัคร ยิ่งต้องติดตามตรวจสอบ

อย่างไรก็ตาม ช่วงที่ผ่านมา กระบวนการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภามีความสับสนตั้งแต่ก่อนรับสมัคร เนื่องจากคณะกรรมการการเลือกตั้งออกระเบียบการต่างๆ ที่ผู้รับสมัครมองว่าไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง

จนนำไปสู่การยื่นร้องศาลปกครองให้พิจารณาวินิจฉัยและมีคำสั่งให้เพิกถอนบางข้อแล้ว นอกจากนี้ศาลรัฐธรรมนูญได้นัดพิจารณาวินิจฉัยว่าด้วยคุณสมบัติบางประการของผู้สมัครในต้นเดือนมิถุนายนด้วย

ระหว่างนี้ เป็นที่น่าสังเกตว่ามีบางฝ่ายพยายามยื้อยุดไม่ให้กระบวนการนี้ดำเนินการได้ เพื่อให้วุฒิสภาชุดเดิมอยู่รักษาการต่อ ด้วยการยื่นร้องให้วินิจฉัยประเด็นที่อ้างขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น ประชาชนจึงต้องช่วยกันจับตาอย่างใกล้ชิด รวมถึงติดตามการเลือกกันเองในหมู่ผู้สมัครชุดนี้ด้วยว่าเป็นไปด้วยความโปร่งใส มีการสมยอมสมประโยชน์กันให้ใครได้เป็นหรือไม่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน