เวลากระชั้นใกล้เข้ามาทุกที สำหรับการเลือก สว.ชุดใหม่ รอบแรกระดับอำเภอ วันที่ 9 มิถุนายน 2567
แต่จากผลสำรวจสวนดุสิตโพล ล่าสุด พบประชาชนกลุ่มตัวอย่างเกินครึ่ง ร้อยละ 55.81 ไม่รู้ว่าจะมีการเลือก สว.รอบแรกในวันดังกล่าว และเกินครึ่งเช่นกัน ไม่รู้ว่าการได้มาซึ่ง สว.ชุดใหม่นี้ ผู้มีสิทธิ์เลือกแต่เฉพาะผู้สมัคร สว.ด้วยกันเท่านั้น ไม่ใช่ประชาชนทั่วไป
กับอีกร้อยละ 52.35 ไม่รู้ว่า สว.ชุดใหม่มีอำนาจแต่งตั้งองค์กรตรวจสอบอิสระ และเห็นชอบการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งที่วันเลือกรอบแรกใกล้เข้ามา ผลสำรวจนี้จึงสะท้อนว่าประชาชนทั่วไปในสัดส่วนกว่าครึ่งประเทศ
ขาดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับกระบวนการเลือกตั้ง และบทบาทของ สว.ชุดใหม่
ประสิทธิภาพการทำงานด้านการสื่อสารข้อมูลของ กกต. ต่อการรับรู้และความเข้าใจของประชาชน เป็นปัจจัยหนึ่งทำให้การรับสมัครเลือก สว. เมื่อวันที่ 20-24 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีจำนวนผู้สมัคร 48,117 คน แตกต่างเกินครึ่งหนึ่งจากที่ กกต.คาดการณ์ไว้ที่ 1 แสนคน
นอกจากนี้การที่ศาลปกครองสั่งเพิกถอนระเบียบการแนะนำตัวในการเลือก สว. จำนวน 5 ข้อ ของกกต. ที่ประกาศออกมาก่อนหน้า
โดยชี้ว่า การแนะนำตัวที่จำกัดเฉพาะผู้สมัคร การให้แนะนำตัวในกระดาษเอ 4 ไม่เกิน 2 หน้า การห้ามผู้สมัครกลุ่มสื่อ-บันเทิง ใช้ความสามารถทางอาชีพในการแนะนำตัว การห้ามแจกเอกสารแนะนำตัวโดยวิธีการวาง โปรย หรือติดประกาศในที่สาธารณะ เป็นการจำกัดสิทธิเสรีภาพเกินกว่าเหตุและเลือกปฏิบัติ
การที่ กกต.มีมติไม่ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองดังกล่าว จึงถูกต้องแล้ว เพื่อให้กระบวนการเลือก สว.เป็นไปโดยราบรื่น
แม้จำนวนผู้สมัคร สว. จะแตกต่างไม่เป็นไปอย่างที่ กกต.คาดการณ์ แต่ผู้สมัครกว่า 48,000 คน ก็ไม่ใช่จำนวนน้อยๆ
อีกทั้งเรื่องจำนวนหรือปริมาณ ไม่สำคัญเท่าคุณภาพของผู้สมัครที่จะผ่านคัดเลือกเข้าไปเป็น สว.ชุดใหม่ ที่ประชาชนคาดหวังว่า สว.ที่ได้มาจะเป็นผู้ใช้อำนาจหน้าที่ในทางที่ถูกต้อง มีประวัติดี ซื่อสัตย์สุจริต ตั้งใจทำงาน เป็นที่พึ่งของประชาชน มีวิสัยทัศน์ทันการเปลี่ยนแปลง และเป็นคนรุ่นใหม่
ความคาดหวังนี้อาจเริ่มต้นได้จากวันที่ 9 มิถุนายน ด้วยการที่ กกต.ควรประกาศสถานที่เลือกระดับอำเภอโดยเร็ว รวมถึงให้ข้อมูลความชัดเจนเกี่ยวกับขั้นตอนและแนวปฏิบัติในวันเลือกรอบแรก
ข้อสำคัญที่กกต.ควรดำเนินการ ดังที่ผู้สมัครหลายกลุ่มเรียกร้อง คือ การเปิดให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมสังเกตการณ์การเลือก สว.ได้ตลอดทั้งกระบวนการ