น่ายินดีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติเป็นเอกฉันท์จัดการเลือกสมาชิกวุฒิสภาต่อไป ทำให้การเลือกในชั้นเริ่มต้นไม่ต้องสะดุดหยุดนิ่ง

แม้ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องผู้สมัครสมาชิกวุฒิสภาจำนวนหนึ่งไว้พิจารณาวินิจฉัยปมพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา

ในมาตรา 36 มาตรา 40 วรรคหนึ่ง (3) มาตรา 41 วรรคหนึ่ง (3) และมาตรา 42 วรรคหนึ่ง (3) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่

แต่ศาลไม่ได้มีคำสั่งหรือกำหนดมาตรการอย่างใดอย่างหนึ่ง แต่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำความเห็นเป็นหนังสือตามประเด็นที่กำหนด เพื่อประกอบการพิจารณาวินิจฉัย

คณะกรรมการการเลือกตั้งแถลงเหตุผลที่ต้องดำเนินการต่อให้สำเร็จด้วยเหตุผล 4 ประการว่าศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ายังไม่ปรากฏว่าจะเกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงที่ยากแก่การแก้ไขเยียวยาในภายหลัง

เหตุที่ศาลรับยังไม่ถึงขนาดเป็นเหตุจำเป็นอันมิอาจหลีกเลี่ยงได้ตามมาตรา 104 ของรัฐธรรมนูญ และมาตรา 132 ซึ่งหมายความว่ากฎหมายนี้ผ่านการรับรองตามมาตรา 132 มาชั้นหนึ่งแล้ว

อีกทั้งขณะนี้คณะกรรมการการเลือกตั้งกำลังปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่ออกโดยชอบของรัฐสภาคือ พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561

ถือเป็นการเดินหน้าปฏิบัติหน้าที่ เพื่อมิให้การเลือกสมาชิกวุฒิสภาเกิดภาวะชะงักงัน และไม่ให้วุฒิสภาซึ่งเป็นองค์ประกอบของรัฐสภาต้องเนิ่นช้าออกไป

อย่างไรก็ตาม การเลือกสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่จำนวน 200 คนนี้ อยู่ภายใต้ระบบใหม่ที่ประเทศไทยนำมาใช้เป็นครั้งแรกของโลก ด้วยกติกาประหลาดที่เกิดหลังการรัฐประหาร

ทำให้ประชาชนทั่วไปไม่มีสิทธิเลือกและมีส่วนร่วมและยึดโยงใดๆ เพราะกฎหมายบัญญัติไว้ให้เฉพาะผู้สมัครด้วยกันเท่านั้นที่มีสิทธิลงคะแนนเสียง

โดยกำหนดผู้สมัครต้องเลือกกันเองในแต่ละกลุ่มอาชีพรวม 20 กลุ่ม และเลือกไขว้กลุ่มอาชีพ จากระดับอำเภอ สู่ระดับจังหวัด และระดับประเทศ

การที่คณะกรรมการการเลือกตั้งเลือกที่จะให้การเลือกกันเองในระดับอำเภอเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน จึงเป็นเริ่มต้นของการได้มาซึ่งวุฒิสภาชุดใหม่ เพื่อหยุดวุฒิสภาชุดนี้ที่บางกลุ่มอยากอยู่ต่อ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน