FootNote:ฝันร้าย ไฟไหม้ วิน โพรเสส ภาพหลอน ปทุมธานี “ผวา”
ถูกต้องแล้วที่ 3PlusNews จะพาดหัว “ชาวปทุมผวา!” เมื่อปรากฏว่าได้มีการพบ “ถุงสารเคมี 11 ตัน ซุกไว้กลางหมู่บ้านนาน 2 ปี”
สภาวะแห่งอาการ “ผวา” ย่อมเนื่องจากผลสะเทือนของ “แคดเมียม” ที่สมุทรสาคร และโรงงานสารเคมี “ไฟไหม้” ที่ระยอง
เพียงการซุกเก็บ “สารเคมี” ไว้กลางหมู่บ้านนาน 2 ปี ก็หนักแล้ว เมื่อประสานเข้ากับการนำกาก “แคดเมียม” ที่เคยฝังดินไว้ในจังหวัดตากมายังจังหวัดสมุทรสาคร
กระจายออกไปยังบ้านบึง จังหวัดชลบุรี กระจายออกไปยังบางซื่อ กรุงเทพมหานคร
แม้กระทรวงอุตสาหกรรมกับกระทรวงทรัพยาการธรรมชาติ จะดำเนินการขนถ่ายกลับไปยังพื้นที่เดิมจังหวัดตาก แต่ก็สร้างภาวะหวาดผวาเป็นอย่างสูงในสังคม
ยิ่งในห้วงเวลาใกล้เคียงกันเมื่อวันที่ 22 เมษายน ได้เกิดเพลิงไหม้โรงงานเก็บกัก “สารเคมี วิน โพรเสส” ที่บ้านบางบุตร อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง โดยที่การบริหารจัดการยังไม่แจ่มชัด
เมื่อมองจากกรณีของ “แคดเมียม” จากจังหวัดตาก เมื่อมองไปยังถุงสารเคมีลึกลับเป็นตันๆ ย่อมเกิดความหวาดผวาแน่นอน
มีความจำเป็นต้องทำบทสรุปเกี่ยวกับการเคลื่อนย้าย “สารเคมี” ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากจังหวัดตากมายังจังหวัดระยอง กระทั่งจังหวัดปทุมธานีอย่างจริงจัง
ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์
บทเรียนส่วนหนึ่งอาจเป็นการปรากฏขึ้นของ “แคดเมียม” แต่บทเรียนที่ใหญ่หลวงมากกว่า ย่อมเป็นกรณีเพลิงไหม้อย่างมากด้วยเงื่อนงำของวิน โพรเสส
ความสนใจอาจพุ่งไปยังจังหวัดระยอง เนื่องจากความเอาการเอางานของสส.ในพื้นที่ของพรรคก้าวไกล แต่ที่ไม่ควรมองข้ามก็คือลักษณะที่ไม่มีความคืบหน้า
ทั้งๆ ที่โรงงานในลักษณะเดียวกันกับระยอง มีอยู่ทั้งที่พระนครศรีอยุธยา เพชรบูรณ์ ลพบุรี ชลบุรี อุทัยธานี
มีข้อเสนอจากพรรคก้าวไกล ด้วยการผลักดันให้ประกาศและบังคับใช้กฎหมายที่เรียกว่า PRTR
รายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารพิษสู่สาธารณะ
มาตรการนี้จำเป็นต้องบรรจุไว้ในร่างกฎหมายสะอาด อันมีพื้นฐานจากแนวทางจัดการกับ PM 2.5 แต่หากคำนึงถึงกรณีที่ ตาก ระยอง ปทุมธานี ก็สามารถครอบคลุมได้
ไม่ว่ามองผ่านกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่ว่ามองผ่านกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
