นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร สั่งเลขาธิการสภา และผู้เกี่ยวข้องเตรียมความพร้อมเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ วันที่ 18-21 มิ.ย.2567
โดยมี 2 เรื่องเร่งด่วนสำคัญ คือวันที่ 18 มิ.ย. เป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ในวาระแรก ซึ่งร่างพ.ร.บ.นี้เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
จากนั้นวันที่ 19-21 มิ.ย. เป็นการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ ปี 2568 ที่ขณะนี้คณะกรรมการประสานงานร่วมสภาผู้แทนราษฎรได้ตกลงกันเรียบร้อยแล้ว
ทั้ง 2 ร่างพ.ร.บ.มีความสำคัญ โดยเฉพาะงบฯ ปี 2568 เป็นเงินจำนวนมากเกี่ยวข้องกับการใช้จ่ายเพื่อขับเคลื่อนประเทศ และการแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้
สําหรับร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2568 นั้น ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบ และให้เสนอสภาผู้แทนฯ ต่อไปแล้ว โดยกำหนดให้ตั้งงบประมาณรายจ่ายฯ เป็นจำนวนไม่เกิน 3,752,700 ล้านบาท
ขณะเดียวกันพรรคก้าวไกล แกนนำพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้จัดประชุมสส.เพื่อตระเตรียมความพร้อมที่จะอภิปรายร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2568 รวมถึงจัดวางบุคคลที่จะขึ้นอภิปราย
โดยมุ่งไปที่งบฯ สำหรับใช้ในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ รวมทั้งงบฯ ที่จะใช้ในโครงการดิจิทัลวอลเล็ต 1 หมื่นบาท ซึ่งเป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล เนื่องจากต้องใช้เงินจำนวนมาก
ตลอดจนงบฯ ส่วนอื่นๆ ที่จัดสรรให้สอดคล้องกับนโยบายที่รัฐบาลแถลงไว้ต่อสภาหรือไม่
การจัดทำงบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2568 เป็นงบประมาณฉบับแรกที่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ซึ่งพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำหลัก มีอำนาจในการจัดสรรด้วยตัวเอง 100 เปอร์เซ็นต์
แตกต่างจากงบประมาณรายจ่ายฯ ปี 2567 ซึ่งคาบเกี่ยวมาจากรัฐบาลชุดก่อน ดังนั้นในเมื่อมีอำนาจจัดสรรเองก็จะได้ตรงกับความต้องการ เพื่อนำงบฯ ไปขับเคลื่อนบริหารประเทศตามที่ประกาศไว้ และให้สอดคล้องกับนโยบายต่างๆ
ในอีกด้านหนึ่งก็จะถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้นเช่นกันจากพรรคฝ่ายค้านในสภา ที่กำลังจะเปิดประชุมสมัยวิสามัญเพื่อพิจารณา รวมทั้งจากภาคประชาชนนอกสภาด้วย
หวังว่ารัฐบาลจะจัดสรรงบฯ อย่างละเอียด รอบคอบ คำนึงถึงส่วนไหนจำเป็น ไม่จำเป็น และสอดคล้องกับนโยบายที่แถลงไว้ต่อสภา