เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นพ้นและหาที่สุดมิได้ ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ทรงมีพระบรมราชโองการเกี่ยวกับการคณะสงฆ์
โปรดสถาปนาสมณศักดิ์พระราชาคณะเจ้าคณะรองและพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์พระราชาคณะตั้งแต่ระดับชั้นธรรมลงไปถึงชั้นสามัญอย่างต่อเนื่อง
โดยที่ทรงพระราชดำริว่าพระสงฆ์ซึ่งดำรงในสมณคุณ มีอุปการะยิ่งแก่การพระศาสนา สมควรจะได้เลื่อนอิสริยฐานันดรในสมณศักดิ์สูงขึ้นมีอยู่
จึงทรงโปรดสถาปนาและพระราชทานสัญญาบัตรแต่งตั้งสมศักดิ์พระเถระอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะในโอกาสมหามงคลทรงเจริญพระชนมพรรษา 6 รอบนี้
สมณศักดิ์ คือยศพระสงฆ์ที่ได้รับพระราชทานจากพระเจ้าแผ่นดิน มีราชทินนามในสุพรรณบัฏ หิรัญบัฏและสัญญาบัตร มีหลายชั้นลำดับ แต่ละชั้นมีพัดยศแฉกหรือแหลมไล่ชั้นลำดับประกอบ
การสถาปนาพระสงฆ์รูปใดให้มีสมณศักดิ์ และให้มีตำแหน่งปกครองคณะสงฆ์ เป็นธรรมเนียมที่พระเจ้าแผ่นดินทรงปฏิบัติตั้งแต่สมัยสุโขทัยจวบจนปัจจุบัน
สมณศักดิ์พระสงฆ์ หากเทียบฝ่ายข้าราชการก็คือยศและบรรดาศักดิ์ที่ได้รับพระราชทาน เนื่องจากความดีความชอบที่ได้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อชาติบ้านเมืองนั่นเอง
การที่พระสงฆ์รูปใดได้รับพระราชทานสมณศักดิ์จึงถือเป็นเกียรติยศและประกาศเกียรติคุณว่าได้ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนาและดำรงตนอยู่ในสมณคุณอย่างเหมาะสม
สำหรับลำดับสมณศักดิ์พระสงฆ์ไทย นับตั้งแต่รัชกาลพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นต้นมา จัดลำดับและฐานานุฐานะไว้เป็นดังนี้
เริ่มที่ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก, สมเด็จพระราชาคณะ ชั้นสุพรรณบัฏ, พระราชาคณะเจ้าคณะรอง ชั้นหิรัญบัฏ
ลำดับถัดลงไป พระราชาคณะชั้นธรรม, พระราชาคณะชั้นเทพ, พระราชาคณะชั้นราช, พระราชาคณะชั้นสามัญ และพระครูสัญญาบัตรท้ายที่สุด
พระบรมราชโองการตั้งสมณศักดิ์ทุกลำดับชั้น ทรงอาราธนาให้จงรับธุระพระพุทธศาสนา เป็นภาระสั่งสอน ช่วยระงับอธิกรณ์ และอนุเคราะห์พระภิกษุสามเณรตามสมควรแก่กำลังและอิสริยยศซึ่งพระราชทาน อันเป็นความรับผิดชอบต่างพระเนตรพระกรรณ