มีการตั้งข้อสังเกตว่าวันอังคารที่ 18 มิถุนายน การเมืองอาจมีจุดพลิกผันเปลี่ยนแปลงสำคัญ เนื่องจากมี 3 คดีที่ศาลรัฐธรรมนูญนัดพิจารณาต่อและนัดฟังคำวินิจฉัย
คดีแรก คำร้องของสมาชิกวุฒิสภายื่นร้องให้พิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายเศรษฐา ทวีสิน สิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา 160 (4) (5) หรือไม่
โดยศาลมีคำสั่งให้คู่กรณียื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานภายในวันที่ 17 มิถุนายน และให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเสนอให้พิจารณาด้วย
ทั้งนี้ คู่กรณีได้ยื่นบัญชีระบุพยานหลักฐานคำสั่งศาลแล้ว ซึ่งนายกรัฐมนตรียื่นเพียงปากเดียว ส่วนผู้ร้องยื่นมากกว่าหนึ่งปากเข้าสู่กระบวนการแล้ว คาดว่าต้องใช้เวลาสักระยะ
คดีที่สอง คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นคำร้องกรณีมีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคก้าวไกลมีพฤติการณ์ล้มล้างการปกครอง และเข้าลักษณะกระทำการอันอาจเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครอง
อันเป็นเหตุแห่งการยุบพรรคตามพ.ร.ป.ว่าด้วยพรรคการเมือง 2560 มาตรา 92 วรรคหนึ่ง (1) และ (2) ขอให้พิจารณายุบพรรค พร้อมเพิกถอนสิทธิ์คณะกรรมการบริหารพรรคเป็นระยะเวลา 10 ปี
คดีนี้ ศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งยื่นบัญชีระบุพยาน หลักฐานต่อศาล ก่อนกำหนดนัดพิจารณาต่อในวันที่ 18 มิถุนายนเช่นกัน
จึงประเมินได้ว่าศาลอาจพิจารณาเฉพาะบัญชีที่ระบุพยานหลักฐานตามที่มีคำสั่งเท่านั้นว่าเพียงพอต่อการพิจารณาวินิจฉัยได้หรือไม่ และอาจมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใดออกมาในวันนั้นด้วย
คดีที่สาม ศาลนัดพิจารณาคำร้องของผู้สมัครรับเลือกสมาชิกวุฒิสภา กรณีพ.ร.ป.ว่าด้วยการได้มาซึ่งสมาชิกวุฒิสภา พ.ศ.2561 มาตรา 36, 40, 41 และมาตรา 42 ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107 หรือไม่
กรณีนี้ ศาลปกครองกลางเป็นผู้ส่งคำโต้แย้งผู้ฟ้องคดีรวม 2 คำร้อง เพื่อขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 212 ว่าทั้ง 4 มาตราขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่
โดยศาลเห็นว่าคดีเป็นปัญหาข้อกฎหมายและมีพยานหลักฐานเพียงพอพิจารณาวินิจฉัยได้ จึงกำหนดนัดแถลงด้วยวาจา ปรึกษาหารือ และลงมติในเวลา 09.30 น.วันดังกล่าว
สามคดีนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายแนะนำให้จับตารอฟังวินิจฉัยคำร้องยุบพรรคกับคำร้องว่าด้วยปมการรับสมัครสมาชิกวุฒิสภาที่ศาลอาจมีคำสั่งอย่างใดอย่างหนึ่งและส่งผลต่อการเมืองไทย