เวทีเสวนา “สว.ชุดใหม่ FINAL ROUND : จุดเปลี่ยนการเมือง? วิเคราะห์ก่อนสนามสุดท้าย สว.ระดับประเทศ ใครจะได้เข้าสู่วุฒิสภา 200 คน” ของสื่อในเครือมติชน ที่เกาะติดการเลือก สว. ตั้งแต่โค้งแรก จนถึงเส้นชัย

เกิดขึ้นหลังบรรยากาศการเมืองว่าด้วยการเลือก สว. คลี่คลายไปในทิศทางบวกจากการที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์วินิจฉัย ว่าพ.ร.ป.การได้มาซึ่ง สว. ทั้ง 4 มาตราตามที่มีผู้ยื่นคำร้อง ไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 107

อย่างไรก็ตาม ภายใต้กฎกติกาอันสลับซับซ้อน กกต.ดำเนินการจัดการเลือก สว. ผ่านมาแล้วสองสนามคือ ระดับอำเภอ ล่าสุดระดับจังหวัด ที่คัดได้รายชื่อผู้สมัคร 3,000 คน

ผ่านทะลุเข้ารอบสนามสุดท้ายคือการเลือกระดับประเทศ 26 มิ.ย.นี้

อ.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล จากคณะนิติศาสตร์ มธ. หนึ่งในผู้ร่วมเวทีเสวนา “สว.ชุดใหม่ FINAL ROUND” กล่าวตอนหนึ่ง ว่า

การเลือกระดับอำเภอ 928 แห่ง เป็นรอบแรก จึงขรุขระ คลาดเคลื่อนบ้าง แต่พอถึงระดับจังหวัด 77 แห่ง ปัญหาก็น้อยลง ที่เคยพลาดก็แก้ไข จึงเชื่อว่าในระดับประเทศ ปัญหาจะยิ่งน้อยลงเพราะเหลือแค่ที่เดียว

ปัญหารอบที่ผ่านมาเป็นเรื่องบุคคล หรือภายในเขต ไม่ใช่การเลือกทั้งหมด จึงวิเคราะห์ว่าการที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่สั่งให้เลื่อนเลือก สว. เพราะดูการปฏิบัติหน้างานว่ามีปัญหาหรือไม่ และคิดว่าโอกาสโมฆะ มีน้อยแล้ว

เมื่อการเลือก สว.ไม่เป็นโมฆะ คนที่หวังจะให้ สว.ชุดปัจจุบันต่ออายุลากยาว ต้องพับแผนไป ซึ่งแผนดังกล่าวน่าจะหมายถึง การร้องศาลตีความรัฐธรรมนูญมาตรา 109 เพื่อให้ สว.ชุดปัจจุบันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้

สำหรับผล 200 สว.ชุดใหม่ คาดว่าจะมาจากผู้สมัคร 3 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายอนุรักษนิยม ฝ่ายบ้านใหญ่ และฝ่ายอิสระ

ฝ่ายแรก ต้องการยืนอำนาจของตัวเองในวุฒิสภา ทั้งการเลือกคณะกรรมการองค์กรอิสระ และปกป้องรัฐธรรมนูญปี 2560 ไม่ให้มีการแก้ไขในเรื่องที่ฝ่ายตนไม่เห็นชอบ ส่วนฝ่ายบ้านใหญ่ ต้องการเพิ่มอำนาจต่อรองทางการเมือง

ดังนั้น ฝ่ายอิสระที่ไม่ขึ้นกับใคร ไม่มีใครกดปุ่มได้ จึงเป็นตัวแปรสำคัญ หากเข้าไปได้ 1 ใน 3 ของ สว.ทั้งหมด หรือ 60-70 คนก็จะมีอำนาจต่อรองสูง หากอยู่กับฝ่ายใดฝ่ายนั้นก็จะบรรลุจุดมุ่งหมายการได้เป็น สว.

ทั้งหมดต้องรอดูผลอย่างเป็นทางการวันที่ 2 ก.ค. ที่หลายคนประเมินตรงกันว่า สว.ชุดใหม่อาจไม่สมบูรณ์แบบ แต่ด้วยภาพรวมอันหลากหลาย อย่างไรก็ดีกว่า 250 สว.เฉพาะกาลแน่นอน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน