เป็นข่าวจาก กกต.ถึงความเคลื่อนไหวการกระทำ เข้าข่ายทุจริตเลือก สว. ซึ่งจะมีการเลือกระดับประเทศวันที่ 26 มิ.ย.นี้ ใน 4 รูปแบบ ได้แก่
ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ระดับจังหวัด ต่อรองขอตำแหน่ง หรือเรียกรับผลประโยชน์หลักแสนบาท แลกกับการลงคะแนนให้เป็นผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ระดับประเทศ
การเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองหนุนหลังผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ระดับจังหวัด พยายามเก็บตกผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ระดับจังหวัดรายอื่น เพื่อให้กลุ่มของตนเองมีผู้มีสิทธิเลือกมากที่สุด
พบมีคนกลางจองห้องพักโรงแรมบริเวณใกล้สถานที่เลือก นัดรวมตัวกันเพื่อล็อบบี้และเช็กคะแนนเสียง โดยนำจำนวนเสียงที่รวบรวมได้ไปเรียกรับประโยชน์หลักล้านบาท แลกกับการลงคะแนนสนับสนุน
ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองติดต่อไปยัง ผู้ได้รับเลือกเป็น สว.ระดับจังหวัดในพื้นที่ ทุกกลุ่มอาชีพให้มาอยู่กลุ่มตน โดยอ้างว่า จะสนับสนุนให้เป็น สว.
ภายใต้กฎกติกาอันซับซ้อน กกต.จัดการเลือก สว. ผ่านมาแล้วในระดับอำเภอ และระดับจังหวัด ที่คัดได้ผู้สมัคร 3,000 คน ผ่านสู่สนามสุดท้ายระดับประเทศในวันที่ 26 มิ.ย.
นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เผยว่าการเลือก 2 ครั้งที่ผ่านมามีความผิดเกิดขึ้นแบ่งเป็น 3 กลุ่ม 333 เรื่อง กลุ่มแรกประมาณ 200 เรื่อง เกี่ยวกับคุณสมบัติและการลงผิดกลุ่ม รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่มีสิทธิสมัคร
กลุ่มสอง การดำเนินการในวันเลือก 39 เรื่อง และกลุ่มสาม การเลือกที่ไม่สุจริตประมาณ 90 เรื่อง แม้ภาพรวมถือว่าไม่มากหากเทียบกับจำนวนผู้สมัครทั้งประเทศกว่า 4 หมื่นคน
แต่เมื่อมีข้อมูลการเตรียมทุจริต 4 รูปแบบออกมาช่วงก่อนวันลงคะแนนรอบสุดท้าย กกต.ก็ต้องเฝ้าระวังถึงที่สุด
จากบทเรียนเลือก สว.ระดับอำเภอ 928 แห่ง เป็นรอบแรก ทำให้เกิดปัญหาสับสนค่อนข้างมาก
แต่พอถึงระดับจังหวัด 77 แห่ง ปัญหาก็น้อยลงจึงคาดว่าระดับประเทศ ปัญหาน่าจะไม่มากเนื่องจากสถานที่เหลือแห่งเดียวคือ อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี
สำนักงาน กกต. จัดประชุมอบรมเจ้าหน้าที่ ผู้เกี่ยวข้องกับการปฏิงานวันที่ 26 มิ.ย. เน้นย้ำเรื่อง ข้อกฎหมาย การบริหารเวลา การปฏิบัติต่อผู้สมัครด้วยท่าทีเป็นมิตร ไม่ให้เกิดการประท้วงในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งจนกระทบถึงทุกกลุ่ม
รวมถึงสิ่งสำคัญ กกต.ต้องกำกับดูแล ไม่ให้เกิดการทุจริตลงคะแนนทุกรูปแบบ เพื่อปิดช่องไม่ให้มีการหาเรื่องยื่นร้องเป็นโมฆะ พร้อมกับรักษาเป้าหมายได้ สว.ครบ 200 คน ตามกำหนดวันที่ 2 ก.ค.