ทั้งรายชื่อและโฉมหน้าปรากฏออกมาแล้ว สำหรับสมาชิกวุฒิสภาชุดใหม่ที่มาจากการเลือกกันเอง และเลือกไขว้แบบไต่ระดับของผู้สมัคร 20 กลุ่มอาชีพ
อันเป็นผลขั้นสุดท้ายในการเลือกระดับประเทศจากผู้รับสมัครเกือบ 3,000 คน เหลือจำนวน 200 คน และขึ้นบัญชีสำรองไว้อีกกลุ่มละ 5 คน รวม 100 คน
ขั้นตอนจากนี้ เป็นการรอการประกาศรับรองผลจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง หลังกฎหมายให้รอไว้ไม่น้อยกว่า 5 วันหลังจากการเลือก
เมื่อพ้นกำหนดเวลาระยะดังกล่าวแล้ว ถ้าเห็นว่าการเลือกเป็นไปโดยถูกต้องสุจริต และเที่ยงธรรม ก็ให้ประกาศผลในราชกิจจานุเบกษาต่อไป
อย่างไรก็ตาม วิธีการได้ซึ่งสมาชิกวุฒิสภาตามกติกาที่กลุ่มอำนาจจากการรัฐประหารเขียนไว้ และใช้เป็นครั้งแรกในโลกนี้ มีความสับสน ซับซ้อนและซ่อนเงื่อนอย่างร้ายกาจ
ผลปรากฏออกมาจึงเป็นดังที่เห็น คือ มีกลุ่มที่จัดตั้งกันมาเป็นจำนวนมาก ส่วนใหญ่อดีตข้าราชการระดับต่างๆ กลุ่มการเมือง กลุ่มบ้านใหญ่ โดยภาคประชาสังคมผ่านการเลือกน้อย
ผู้สมัครจากบางจังหวัด เฉพาะจังหวัดเดียวที่ประชากรไม่ถึง 2 ล้านคน ได้มามากถึง 14 คน และเป็นคนของพรรคการเมืองส่วนใหญ่ และเป็นไปในลักษณะเช่นนี้ในหลายจังหวัด
ขณะที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดใหญ่ๆ ซึ่งมีประชากรและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนมากกลับได้สมาชิกวุฒิสภาไม่สอดคล้องกับสัดส่วนที่ควรเป็น
ระหว่างนี้ จึงมีเรื่องร้องเรียนให้คณะกรรมการการเลือกตั้งดำเนินการตรวจสอบถึงความไม่ชอบมาพากล การฮั้วกัน ล็อกโหวต ทั้งจากกลุ่มผู้สมัคร ผู้สังเกตการณ์ และกลุ่มอื่นๆ
รวมถึงคณะกรรมาธิการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญของวุฒิสภาชุดรักษาการก็ฉวยโอกาสนี้ด้วย โดยอ้างเหตุข้อสงสัยหลายประการที่ส่อว่าการเลือกไม่เป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม
ขณะนี้จึงมีเสียงเรียกร้องให้ดำเนินการทั้งระงับยับยั้งผลการเลือกไว้ก่อน และประกาศรับรองแล้วค่อยยกเลิกในภายหลัง รวมถึงความพยายามในการยื่นร้องให้การเลือกเป็นโมฆะ
ถึงแม้กระบวนการเลือกมีปัญหาทั้งกระบวนการจัดและแง่มุมกฎหมาย แต่ในชั้นนี้สมควรต้องรีบประกาศผล และให้ประชาชนร่วมกันจับตาการทำงานของวุฒิสภาชุดใหม่ เพื่อให้เปลี่ยนผ่านออกจากชุดรัฐประหารโดยเร็ว